Monday, March 2, 2015

วัฒนธรรมที่ทำลายชาติและสถาบันกษัตริย์ไทย

Posted on by

วัฒนธรรมที่ทำลายชาติและสถาบันกษัตริย์ไทย
โพสต์โดย : piangdin
ID # 803635 – โพสต์เมื่อ : 2009-05-18 18:19:17 _ ปิดข้อความ แก้ไข

ประธานาธิบดีโอบามา ผู้ซึ่งมีนโยบายค่อนข้างเป็นมิตรกับการออกกฎหมายให้ทำแท้งโดยเสรี
ภาย ใตักรอบอันควร ได้ถูกเชิญไปรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ที่มหาวิทยาลัย Notre Dame ซึ่งเป็นมหาวิทยาล้ยที่ดำเนินการบนความเชื่อ Catholic ที่เคร่งครัด จึงต่อต้านการทำ
แท้งทุกกรณี โดยมหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ที่เมืองSouthbend มลรัฐ Indiana อันเป็นหนึ่งใน
รัฐที่อยู่แถว Midwest ซึ่งได้ชื่อว่าค่อนข้างมีผู้คนมีความคิดเคร่งศาสนาและอนุรักษ์นิยม
ไม่ใช่งานง่ายเลยที่จะถูกเชิญให้ไปรับเกียรติพูดในที่ ๆ ต่อต้านนโยบายของตน แต่ประธานาธิบดี
โอบามาก็ไม่ถอย และได้ก้าวเข้าไปเสนอความคิดที่น่าฟังอย่างยิ่ง กล่าวคือ โอบามากล่าวว่า
มนุษย์เราไม่มีทางเห็นตรงกันในรายละเอียด และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะจัดการได้ง่าย แม้ว่าในเรื่อง
ที่ดูเหมือนมีความถูกผิดชัดเจน แต่เมื่อเรามองเหตุผลจากมุมมองหลาย ๆ ด้าน เราก็จะพบว่า
ทุกฝ่ายมีเหตุผล มีความเชื่อ มีความจำเป็นที่ฟังขึ้นในความคิดของพวกเขาทั้งสิ้น ดังนั้น สิ่งที่
โอบามาคิดว่าควรต้องเกิดขึ้นในภาวะแห่งความขัดแย้งนี้ คือ การพยายามเข้าใจ ให้เกียรติกัน
และไม่พยายาม “demonize” หรือป้ายภาพมารร้ายให้กับฝ่ายอื่น

สิ่งที่ผมได้เห็นมาตั้งแต่ปี 47-48 ในประเทศไทย ก็คือ วัฒนธรรมการป้ายสี และสร้างภาพมาร
ร้ายให้แก่กันและกัน เริ่มตั้งแต่สนธิ ลิ้มฯ เป็นต้นเหตุ การรับจ้างแลกผลประโยชน์และการใช้
ความเกลียดชัง อิจฉา โกรธแค้นเป็นทุน สนธิลิ้มจึงสร้างวัฒนธรรมอันน่ากลัวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
การใช้ศัพท์ที่ทำให้เกิดภาพน่ากลัว น่าชัง น่าขยะแขยง โดยไม่มีคำอธิบายบนข้อเท็จจริง
หรือเราเรียกว่า labeling

การใช้สัญลักษณ์มือตบ อันเป็นการสร้างความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์
การใช้สีเพื่อแบ่งข้างและทำให้กลุ่มตนมีพลังทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม
และเมื่อทำนาน ๆ เข้า ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ มักก็เกิดผลอย่างน่ากลัว และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ
มันได้ลามไปทั่วสังคมไทย ผ่านสื่อที่ไม่เป็นกลางและขาดความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง
โดยมีทั้งภาพจริงและภาพตัดต่อ จนทุกวันนี้เราเชื่อสิ่งที่เห็นและได้ยินมาง่าย ๆ ไม่ได้แล้ว
เราไว้ใจกันและกันไม่ค่อยสนิทแล้ว

วัฒนธรรมอย่างว่านี้ ผมและพวกเราเองก็เลี่ยงลำบาก เพราะบนความคับแค้น บนความอยุติธรรม
บนความขยะแขยง และบนความเกลียดชังที่มันได้เกิดขึ้นจริง ๆ เราก็ไม่อยากจะข่มใจ
ไม่อยากยั้งคิด เพราะเราเห็นเต็มตา ได้ยินเต็มหู และรับรู้เต็มหัวใจว่า อีกฝ่ายมันเลวร้าย
เราก็เลยเริ่มทำตามบ้าง… วัฒนธรรม มันเป็นสิ่งที่ได้รับการปฎิบัติหรือเชื่อถือในสังคมวงกว้าง
การที่เราเริ่มเข้าไปร่วมวงสร้างวัฒนธรรม จึงทำให้มันเกิดเป็นวัฒนธรรมขึ้นมา
วัฒนธรรมอันเลวร้ายนี้ จะแก้ได้ก็ด้วยความเป็นอารยะ ความเข้าใจภาพที่กว้างและลึกกว่าแค่
ความโกรธแค้นหรือสะใจจะพาเราไปถึง แต่จะโทษใครล่ะครับ เพราะคนที่ควรจะห้ามไม่ให้เกิด
วัฒนธรรมนี้ เช่นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง กลับทำให้เกิดเชื้อไฟเสียเอง กลับเป็นคนอยู่
เบื้องหลังการสร้างเชื้อโรคเสียเอง!!! เราไม่มีโอบามา แต่เรากลับมีคนที่คุณภาพตรงข้ามสิ่ง
ดี ๆ ของโอบามา อย่างโอบามาร์ค และคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งทั้งหลาย ก็มิเคยมีสำนึก
ในการปกครองดูแลทิศทางของประเทศเอาเสียเลย หากในตระกูลใดมีพี่น้องลูกหลานใส่ร้าย
ป้ายสี ว่าร้ายและรุนแรงต่อกัน คนที่เป็นผู้ใหญ่ก็ควรลงมาให้ข้อคิดและตักเตือน ดังที่โอบามาทำอยู่

วันนี้ สถาบันกษัตริย์ถูกกล่าวถึงในเชิงร้ายอยู่มาก มีคนทำภาพราชวงศ์ให้ตกต่ำสุด ๆ
มีการใช้คำ วิดีโอ และรูปภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้ภาพเทพ เป็นภาพ demon ขึ้นมากเรื่อย ๆ
วันนี้ วัฒนธรรมนี้กำลังทำร้ายคนไทย ประเทศไทย และแม้แต่สถาบันที่คนไทยเคยเคารพเชิดชูกันทั่วหน้า

จะโทษใคร จะคิดปรึกษากันยังไง หรือจะทำอย่างไรต่อ ก็ให้ท่านผู้เจริญด้วยปัญญาคิดและทำกันให้รอบคอบเองเถิด

โพสต์โดย : piangdin

ID # 1773257 – โพสต์เมื่อ : 2009-05-18 18:31:02 _ ปิดข้อความ แก้ไข
ผมต้องออกไปธุระนอกบ้าน อาจจะไม่มีเวลาตอบกระทู้ในสามสี่ชั่วโมงนี้
แต่เป็นห่วงว่า วัฒนธรรม demonizing นี้มันแก้ยาก ตราบใดที่คนของเรา
ยังไม่มีการพัฒนาหัวใจให้กว้างและยุติธรรม และใหญ่เหนือกว่าอคติและ
อวิชชาทั้งปวง
และที่สำคัญที่สุด ตราบใดที่ผู้ปกครองที่ไร้ความเป็นธรรม ไม่คืนธรรมให้กับ
คนในสังคมที่เรียกร้องหาความเป็นธรรม
สังคมไทยเรา มาถึงทางที่เล็ก จนเกือบตัน โดยมีคนไม่กี่คนยืนเหยียบช่อง
นั้นอยู่…
ทางแก้ที่เร็วและง่ายที่สุด ก็คือ การยกขาออกไป ก่อนที่ชาวบ้านจะเอา
มีดพร้ามาเฉาะให้ล้ม….
สวัสดีครับ
โพสต์โดย : piangdin
ID # 1773273 – โพสต์เมื่อ : 2009-05-18 18:40:18 _ ปิดข้อความ แก้ไข
อ้อ ลืมเอาลิ้งค์มาฝากครับ

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...