Monday, March 2, 2015

แนวรบที่หนึ่ง สื่อและการแย่งมวลชน

Originally posted on by

ปัญหาที่รุมเร้าฝ่ายต่าง ๆ ในเมืองไทยเราทุกวันนี้นั้น หลากหลายและรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รัฐบาลและพรรคร่วมดิ้นเพื่อรอกินงบประมาณและกลัวการถูกเช็คบิลทั้งในประเทศ และระดับนานาชาติ ทหารดิ้นเพื่อให้รอดพ้นจากการประชาทัณฑ์ของสังคม พ่อค้าฝ่ายนิยมเผด็จการก็ต้องระวังตัวแจ และต้องสนับสนุนทหารและภาคีประชาธิปัตย์ให้กุมอำนาจต่อ เพราะอำนาจเปลี่ยนขั้วเมื่อใด ก็ต้องลำบากเมื่อนั้น ส่วนที่ดิ้นเพื่อหาเงิน คือดิ้นเพื่อรับใช้อำมาตย์และดิ้นเพื่อสนองกิเลสส่วนตนก็คือ สื่อหลายค่าย โดยเฉพาะ ASTV เมื่อเอาภาพคณะบุคคลเหล่านี้มาต่อกัน เราก็จะได้ภาพของการโหมโฆษณาชวนเชื่อแบบสุนัขหมู่ รุมกัดทำร้ายประเทศและตามขยี้เสื้อแดงอย่างไม่ลดละ พวกนี้ใช้เครื่องมือทุกอย่าง ไม่ต้องสนศีลธรรมจรรยาหรือจรรยาบรรณอันใดกันแล้ว ตอแหลกันแหลกราญไปวัน ๆ โดยไม่สนใจว่าชาวบ้านเขาก็คน คนไทยไม่ได้โง่งมงายขนาดหลงเชื่ออะไรที่มันขัดกับความจริงสุด ๆ

 และกลหนึ่งที่พวกนี้ต้องพึ่งก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกนี้อ้างสถาบันฯ ตลอด ตั้งแต่การทำลายกลไกประชาธิปไตย ก่อนขึ้นอำนาจ และการพยายามเกาะและใช้อำนาจเพื่อค้ำการกินโกงบนอำนาจเถื่อนนั้น และจะด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ สถาบันฯ ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้ง และด้วยภาพความจริงที่ปรากฎต่อสายตามวลชน ประชาชนจำนวนมากได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์คนชั้นสูงและถึงกับมีการลบหลู่ สถาบันมากขึ้นทุกวัน และในที่สุด สิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้ยินเลยในยุครัตนโกสินทร์เลยก็คือ การด่าและตั้งใจเปลี่ยนสถานะเจ้า หรือหากต้องล้มก็ต้องทำกันเลยทีเดียว นี่เลยทำให้กระแสเกาะเจ้า และกระแสการทำกษัตริย์ให้เป็นเทวดาผู้น่ารักด้วยเหตุผลทั้งปวง จึงเกิดขึ้นเหมือนดอกเห็น

นี่คือภาพความจริง และสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อการใดเลย พี่น้องที่รัก เพื่อสกัดคนเสื้อแดงและสกัดการมีเสรีประชาธิปไตยทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ก็คือ พวกที่กล่าวมาจะเสียผลประโยชน์ และเมื่อไม่อยากเสีย ไม่อยากถูกเช็คบิล ก็ต้องใส่ร้ายแดงและสร้างภาพดี ๆ ของตนและพรรคพวก ดังนั้น สื่อที่อยู่ในแนวทางนี้ คือศัตรูในแนวรบนี้ของคนเสื้อแดง เป้าหมายศัตรูคือกล่อมมวลชนให้เคลิ้มตามภาพหลอนและความตอแหล ส่วนยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงก็คือ ต้องแย้งและรุกเข้าไปแย่งพื้นที่สื่อและสร้างสื่อทดแทน เพื่อถึงมวลชน เพื่อดึงมวลชนมาเข้าข้างเสื้อแดง ให้ตาสว่าง ให้ใจสว่าง และให้หันมาสนับสนุนแนวทางการปฎิวัติสังคมไทย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมานานพอสมควรในสงครามแย่งเสรีประชาธิปไตยของประชาชนชาวไทยแล้ว

เสื้อแดงทำได้ดีระดับหนึ่ง ในแง่การเคลื่อนที่ของนปช. แดงทั้งแผ่นดิน และมีแนวเสริมอย่างของคุณชูพงศ์ คุณคฑาวุธ และล่าสุดของนปช. แต่ที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ พี่น้องเรา นักรบไซเบอร์ทั้งที่มีสังกัดจากนักการเมืองหรือกลุ่มการเมือง หรือจะเป็นปัจเจกชนที่เร่าร้อนทนเห็นความไม่เป็นธรรมและการกดขี่ไม่ได้ ออกมาแสวงหาเสรีภาพและทางออกให้สังคมไทยตามเว็ปบอร์ดต่าง ๆ มากมาย ผมจะไม่เสนอแนวคิดย่อย ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ผมจะบอกว่า เราสู้กับเขามาตลอด และไม่เคยยินยอมต่อการใช้กฎหมายและอำนาจเถื่อนในการไล่ปิดเว็บ ยึดสมาชิกภาพ ส่งนักโพสต์จอมทำลาย 2.4 จนถึงการจับยัดห้องขัง แต่คนไทยหัวใจสีแดงได้ก้าวไกลไปมาก ทั้งทางความคิด ฐานะการกินอยู่ และความรู้ในโลกเทคโนลียี แนวรบนี้ เราจึงพัฒนากันมาไกลจน ICT ปวดหัว ปิดไปพันเว็บ ก็โผล่อีกพันเว็บแทบจะในเวลาวันเดียวกัน แต่เรายังไม่ชนะนะครับ ย้ำว่าเรายังไม่ชนะ เราทำได้ดี เราเชื่อมข้อมูลข่าวสารจากภาคีของเราทุกแหล่ง แล้วเราก็ไปร่วมกันนักรบบนถนน ร่วมกับ นปช.

แต่สิ่งที่ผมอยากเสนอเป็นข้อคิดก็คือว่า เราต้องก้าวไปข้างหน้า ต้องให้ได้ผลตามยุทธศาสตร์ นั่นคือการเปิดตาของมวลชน เราทำได้ดีในการขยายตัวมาระดับหนึ่งละ   แต่เวลานี้เรารู้แล้วว่ามวลชนหลักแสนหรือล้านเดียวมันไม่พอ เราต้องเพิ่มคนให้มากกว่านี้ การใช้เวลาพูดทำนองเดียวกัน เห็นตรงกัน และรักแดงแบบไม่ยอมเปลี่ยนแปลงนี้ แล้วเราก็สร้างเครื่อข่ายระหว่างพวกเราให้เข้มแข็งเสมอไป ดีเฉพาะตอนพักยกครับ… พอยกใหม่เริ่มต้น เราต้องคิดใหม่แล้วว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้หัวใจสีแดงเพิ่มขึ้น ใครทำอะไรที่ไหนได้บ้าง กลุ่ม เด็กนักเรียน แม่บ้าน ทหารตำรวจ นักศึกษา พระเณร ครูอาจารย์ นักธุรกิจ คนชั้นกลางผู้หลับใหล หรือแม้แต่ชาวไร่ชาวนาที่ยังไม่รับรู้ข้อมูลมากพอที่จนทนอยู่กับบ้านไม่ได้…

 เราต้องทำอะไรอีกมาก บางคนใจร้อนก็บอกว่า ยึด ASTV หรือทีวีรัฐซะเลยดีไหม ดีครับ แต่ต้องเป็นตอนที่ประชาชนกุมอำนาจโดยรวมได้แล้ว และบางทีเราอาจจะต้องรอแนวรบด้านอื่นด้วย เช่น หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เราก็ได้สื่อกระแสหลักมาอย่างน้อยก็ส่วนหนึ่ง แต่นั่นก็ยังไม่พออยู่ดี เรา ๆ ท่าน ๆ นี่แหละที่ทำได้ในการแย่งมวลชน ผมถือว่านี่เป็นข้อสอบประชาธิปไตยสำหรับพี่น้องเลือดแดงเข้มนะครับ ท่านและหลาย ๆ ท่าน ทำอะไรได้บ้าง เพื่อเป้าหมายในการสร้างกระแสตาสว่าง และแย่งมวลชนให้มากกว่าจำนวนเสื้อแดงทีหัวใจแดงอยู่แล้ว.… เวทีเปิดแล้วครับ เชิญครับ…

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...