Friday, July 3, 2015

กษัตริย์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในฐานะผู้กำกับการ

 คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษย์ชนและประชาธิปไตย  ได้ยื่นข้อเสนอให้ยกเลิก สิ่งอันเป็นเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ซึ่งเป็นอุปสรรค์สำคัญในการบริหารชาติบ้านเมือง โดยทันทีมีอยู่ ๓ ประการดังนี้
๑.  ยกเลิกสภาองคมนตรีโดยเด็ดขาดทันที
๒.  ให้กองทัพไทยยุติสภาพความเป็นกองกำลังส่วนตัวของระบอบเผด็จการ
๓.  อำนาจตุลาการต้องเป็นอิสระ และมีเกียรติยศ ปลอดจากการแทรกแซงและการใช้อิทธิพลของระบอบเผด็ดการ
ข้อเสนอทั้ง๓ประการดังกล่าวข้างต้นนี้ ถือได้ว่าเป็นข้อเสนอที่ตรงเป้าปัญหามากที่สุด  นับได้ว่าเป็นข้อเสนอที่ผ่านความคิดของคนมากประสบการณ์และมีมุมมองที่ลึกซึ้งชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง เพราะข้อเสนอทั้ง ๓ นี้ คือเครื่องมือของเผด็จการผู้มีอำนาจเหนือกฏหมาย มีไว้สำหรับใช้ปกป้องอำนาจตัวเองมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ   ผู้มีอำนาจคนนี้ที่ครั้งหนึ่งคุณทักษิณเคยพูดถึง แล้วให้คำจำกัดความว่าเป็น “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ “ทั้งยังเป็นผู้มีอำนาจคนเดียวกันกับที่คุณสมัคร สุนทรเวช ยืนยันว่ามีอยู่จริงและเรียกหาว่าเป็น “ไอ้มือที่มองไม่เห็น”
ความสำคัญของข้อเสนอที่คุณจารุพงศ์ เสนอออกสู่สาธารณะทั้ง ๓ ข้อ ล้วนได้รับการพิสูจน์ชัดมาแล้วหลายครั้งหลายหนว่า “มันเป็นที่มาแห่งวงจรอุบาทว์” แล้ววงจรอุบาทว์ทุกครั้งก็มีจุดเริ่มต้นมาจากประธานองคมนตรีที่ชื่อพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ การส่งสัญญาณให้มีการทำรัฐประหารทุกครั้ง จะถูกส่งตรงมาจากประธานองคมนตรีคนนี้ แล้วทหารในกองทัพจำนวนหนึ่ง(ไม่ใช่ทั้งหมด)ก็แปรสภาพจากทหารของประชาชนมาเป็นกองกำลังส่วนตัวของระบอบเผด็จการ  เข้าทำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลประชาธิป ไตยที่ประชาชนคนส่วนใหญ่เลือกมา สุดท้ายตุลาการก็มาปลดปล่อยกลุ่มทหารที่ก่อการล้มล้างรัฐบาลให้พ้นผิดด้วยหลักกฏหมายพิเศษที่เรียกว่า “นิรโทษกรรม”
รัฐประหารที่เกิดขึ้นหลายครั้งหลายหนในประเทศไทย เคยมีองคมนตรีเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ซึ่งมีสามคนด้วยกันคือ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายธานินท์ กรัยวิเชียรและพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์  นี่ย่อมแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการรัฐประหารในแต่ละครั้งที่ผ่านมา ล้วนมีส่วนเกี่ยวโยงกับสถาบันพระมหาฏษัตริย์อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ (กฏหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนว่า พระมหากษัตริย์และองคมนตรีจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง)
ตัวอย่างที่ทำให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองด้วยความจงใจนั่นก็คิอ ทุกครั้งที่การทำรัฐประหารสำเร็จลุล่วงลง ประธานองคมนตรีที่ชื่อเปรมจะต้องพาคณะรัฐประหารเข้าเฝ้าบ้าง แสดงความยินดีปรีดาบ้าง บ่อยครั้งถึงกับกล่าวชื่นชมคณะผู้ก่อการผ่านสื่อเช่น   การทำรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙  พล.อ.เปรมได้กล่าวชื่นชมพล.อ.สนธิ บุญยารัตกลินว่า “พวกเขาเสี่ยงตายเพื่อชาติด้วยความเสียสละ” นี่จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า “กษัตริย์เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำรัฐประหาร” จากคนที่ใกล้ชิดกับกษัตริย์ที่มีชื่อว่าเปรม ติณสูลานนท์ที่ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี


เปรม กล่าวชมสุรยุทธ์เทียบชั้นอดีตนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลด์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๔๙ ที่สถาบันเทคโนโลยี่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง http://somsakcouppostings.blogspot.com.au/2006/11/bad-history-but-most-revealing.html

เปรม กล่าวชมนายอภิสิทธิ์ว่า ”เป็นความโชคดีของบ้านเมืองที่ได้มาร์คเป็นนายกฯ เมื่อวันที่๒๘ ธ้นวามคม ๒๕๕๑ http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000152679

เปรม กล่าวชมการรัฐประหารของพล.อ.ประยุทธ์ว่า “เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ เป็นการตอบแทนบุญคุณชาติบ้านเมือง แสดงความจงรักภักดีที่ยิ่งใหญ่มาก”เมื่อวันที่ ๒๙ ธ้นวาคม ๒๕๕๗ https://www.youtube.com/watch?v=Z16LucqhB74




อาคม ซิดนี่ย์

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...