Saturday, August 22, 2015

ยายวัย 70 ปีมึน ถูกป่าไม้ยึดที่ดินมรดกทำกินมาเกือบ 100 ปี อ้างนโยบายทวงคืนผืนป่า

ยายวัย 70 ปีมึน ถูกป่าไม้ยึดที่ดินมรดกทำกินมาเกือบ 100 ปี อ้างนโยบายทวงคืนผืนป่า

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 12:15:47 น.





http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14402196451440219675l.jpg

วันที่ 22 ส.ค. 58  นางสวรรค์  บัวสาย  อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 6 บ้านถาวร ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม กับนายบดี บัวสาย  อายุ 45 ปี บุตรชาย  เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ผ่านสื่อมวลชนเพื่อเรียกร้องไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง หลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจยึดพื้นที่ดินทำกินประมาณ 4 ไร่ เมื่อประมาณปี 2557  

ซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ เพื่อใช้ทำกิน ทำไร่ ทำสวน สร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัวมานานเกือบ 100 ปี  โดยเป็นที่ดินจำจองทำกินมาแต่พ่อแม่ ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์  โดยทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เข้ามาขอตรวจยึดคืน เพื่อเป็นพื้นที่ปลูกป่า ตามโครงการทวงคืนผืนป่า ตามนโยบาย ของ คสช. แต่ปัจจุบันจากการตรวจสอบ มีการปล่อยเป็นที่รกร้าง และต้นไม้ที่ปลูกฟื้นฟูป่า แห้งตายหมด  โดยเจ้าของไม่สามารถเข้าไปทำไร่ ทำสวน ตามปกติได้ เนื่องจากมีคำสั่งห้ามจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบ ซึ่ง นางสวรรค์ ได้เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อขอทวงคืน เนื่องจากเป็นที่ดินทำกินผืนสุดท้ายในชีวิต รับมรดกมาจาก พ่อ แม่ กลับถูกยึดคืนอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่ไม่ใช่นายทุน และเป็นรายเดียวของหมู่บ้าน  จึงต้องการออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะกระทบความเป็นอยู่

นางสวรรค์ กล่าวว่า  สำหรับที่ดินผืนดังกล่าว ตนได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ ตั้งแต่เกิดมา ก็ใช้ทำกิน ทำไร่ทำนาแล้ว มีการปรับพื้นที่ ล้อมรั้วชัดเจน ถึงแม้ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่มีหลักฐานการเสียภาษีท้องที่ ให้กับภาครัฐมาทุกปี จนกระทั่งจู่ๆ เมื่อปลายปี 2557 เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาแจ้งว่าจะขอทวงคืน เป็นพื้นที่ป่าในโครงการฟื้นฟูผืนป่า ตามนโยบาย คสช. แต่ตนได้ทักท้วงไปว่า เป็นที่ดินมรดก ทำไมต้องมาทวงคืน ทำกินมาเกือบ 100 ปีแล้ว  ไม่ใช่นายทุน แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สนใจ เข้ามาดำเนินการจัดโครงการปลูกป่า แต่ปัจจุบันกลับถูกปล่อยทิ้งรกร้าง ต้นไม้ที่ปลูกตายหมด และเป็นพื้นที่ตนคนเดียวในหมู่ที่ถูกยึด  พื้นที่ใกล้เคียงไม่มีเอกสารสิทธิ์กลับไม่โดน  เคยเรียกร้องไปหลายครั้ง แต่ไม่มีหน่วยงานมาสนใจ จึงต้องออกมาเรียกร้องทวงคืน เพราะเป็นที่ดินผืนสุดท้ายที่จะใช้ทำกินเลี้ยงชีวิต ปกติทำไร่ทำนา ได้เงินปีละหลาย 10,000 บาท  แต่ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปทำกินได้ สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก  วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเมตตา ขอคืนทำกินก่อนตาย

ด้านนายวีระ  มานิสสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 นครพนม  กล่าวว่า สำหรับนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามนโยบายของ คสช. ในการดำเนินการในพื้นที่ จ.นครพนม ได้มีการตรวจสอบดำเนินการทวงคืน เพื่อทำการฟื้นฟูแล้วหลายจุด เป้าหมายหลักเป็นพื้นที่ป่าสวนยาง จากการตรวจสอบพบว่ามีพื้นที่หลายแห่งมีนายทุนเข้าไปบุกรุก ดำเนินการปลูกทำสวนยาง  และทำการทวงคืนมาแล้วส่วนหนึ่ง รอดำเนินการอีกจำนวนมาก แต่ยืนยันว่า ตามนโยบายเราจะเน้นในเรื่องของพื้นที่นายทุน ส่วนของชาวบ้าน เรายังไม่ดำเนินการจะต้องมีการตรวจสอบตามขั้นตอน และจะต้องไม่ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะที่ดินทำกิน ยังให้ชาวบ้านดำเนินการตามปกติ จากปัญหาดังกล่าว จะได้มีการตรวจสอบดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อาจมีการผิดพลาดในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ จะเข้าไปตรวจสอบช่วยเหลือเร่งด่วน


No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...