Thursday, September 17, 2015

รู้หรือไม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปีพ.ศ.๒๕๔๐ คนร่าง ไปเอาโครงสร้าง ในการปกครองมาจากไหน?

ถาม ว่า พี่น้องประชาชนคนไทย รู้หรือไม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปีพ.ศ.๒๕๔๐ คนร่าง ไปเอาโครงสร้าง ในการปกครองมาจากไหน? และร่างรัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน ที่จะจัดให้มี คปป. ไปเอาโครงสร้างเหล่านี้มาจากที่ใด?

๑. ที่วันนี้ต้องนำหัวข้อนี้มา กล่าวอ้าง ก็เพื่อต้องการให้ความรู้ ความกระจ่างชัดแก่ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหลาย เพื่อประดับสมองของท่าน ในสิ่งที่ท่านทั้งหลาย ไม่เคยรู้ และไม่เคยทราบมาก่อน และ แม้หัวข้อนี้ เมื่อท่านได้อ่านจากช่องทางนี้ แล้วอาจเห็นว่า เป็นหัวข้อที่ยาวสักหน่อย แต่ก็มีความจำเป็น ต้องชี้ให้กระจ่าง และจะๆแก่ลูกนัยน์ตา และสมองของท่านผู้อ่าน

๒. ที่ผม มีความจำเป็นต้องนำอาหารสมองจานนี้ มาเสนอให้ท่านบริโภค ก็เพราะ ผมได้นั่งเฝ้ารอ บรรดา Commentators ที่มีชื่อเสียงไม่ว่าทางช่องทางสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อทางวิทยุ หรือ ทีวีเสรี ก็ไม่เห็น Commentators ท่านใด? คิดจะให้อาหารสมองอย่างนี้แก่ พี่น้องประชาชนคนไทย อย่างตรงไปตรงมา

๓. การที่ผม จะนำความจริงนี้มาวิพากษ์ วิจารณ์แบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ว่าเพราะผม นี้เป็นคนที่วิเศษเกินกว่ามนุษย์ทั้งหลายโดย ทั่วไป ก็ไม่ใช่ แต่เนื่องจาก เมื่อผมได้เรียน ได้ศึกษาวิชากฏหมายรัฐธรรมนูญ มาจากเมืองแม่แบบของรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร จากรัฐยุคใหม่ หรือ Modern Stateคือ "สหรัฐอเมริกา" นั้น กว่าจะเรียนจนจบหลักสูตร จนถึงเวลาสอบผ่าน ในวิชาการนี้ มาได้ นั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ

๔. การที่ผู้รู้ และ บรรดาประชาชน ผู้มีความรู้โดยเฉลี่ยในวิชาการของกฏหมายรัฐธรรมนูญ ที่มีตัวตนอยู่ ในสหรัฐอเมริกา ในขณะเวลานั้น จะทำการร่าง "รัฐธรรมนูญ" ของประเทศในยุคปีค.ศ.1776 จนเป็นผลสำเร็จ และ นำมาประกาศ และบังคับใช้จนเป็นผลสำเร็จ ที่เมืองฟิลาเดเฟีย มลรัฐเพนซิลวาเนีย พร้อมกับ ระฆังสันติภาพใบแรกของสหรัฐอเมริกา นั้น

๕. คนไทย มีความจำเป็นต้องทราบเสียก่อน ในเบื้องต้นว่า ในประเทศที่ใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเสรี นั้น รัฐธรรมนูญ มิใช่เครื่องมือในการสร้างประชาธิปไตย

๖. แต่รัฐธรรมนูญ เป็นเพียงกฏหมายโครงสร้าง หรือ Principal Law หรือ Organic Law ที่เขาใช้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น หรือ ที่ใช้ เป็นเครื่องมือ ในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย (Democratic Regime) เท่านั้น รัฐธรรมนูญไม่ใช่ "งาน คือ เงิน, เงิน คือ งาน บรรดาลสุข" อย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เคยคิดคำคมอย่างนี้ นำมาใช้ ปลอบประโลมจิตใจประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ในยามที่คนไทย ถูกปกครองโดยระบอบเผด็จการ (Dictatorship) เบ็ดเสร็จ..............(มีต่อ)

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...