Thursday, October 15, 2015

13 ตุลาคม 2551วันตาสว่างแห่งชาติ

งานพระราชทานเพลิง น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2551 ที่ผมเรียกว่า “วันตาสว่างแห่งชาติ” ตามที่แฟนอาคมแนะนำมาซึ่งผมเห็นว่าเหมาะสมและได้ความหมาย สิ่งสำคัญที่ผมอยากให้พี่น้องจดจำในวันนั้นก็คือ เป็นเมียประมุขภูมิพลไปเป็นประธานพระราชทานเพลิงที่ยิ่งใหญ่ที่บุคคลสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคงไปกันอย่างพร้อมเพรียงครบถ้วนทุกคน ดูไม่ต่างไปจากงานศพของประมุขแห่งชาติ อันประกอบด้วย
๑.     พล.อ.อภิชาติ เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม
๒.   พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาจร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
๓.   พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
๔.   พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ
๕.   พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงค์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
นอกจากนี้ยังมีองคมนตรีที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษากษัตริย์ก็ไปรอรับเสด็จถึงสามคนด้วยกันคือ
๑.     พล.อ.อสิทธิ เศวตศิลา
๒.   นายเกษม วัฒนชัย
๓.   พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์  และที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เรียกว่าเอิกเกริกอย่างที่สุดครับสำหรับงานศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ
เมื่อเวลา 16.00 น.  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไปยังเมรุวัดศรีประวัติ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีเพื่อทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ครอบครับ “ระ ดับปัญญาวุฒิเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งนายจินดา ระดับปัญญาวุฒติบิดาของน.ส.อังคณาได้เปิดเผยในเวลาต่อมาว่าพระนางเจ้าสิริกิติ์มีรับสั่งว่า “น.ส.อังคณาเป็นเด็กดี ช่วยชาติ ช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์” นอกจากนี้ยังมีรับสั่งอีกว่า “เป็นห่วงพันธมิตรทุกคน ไว้จะฝากดอกไม้ไปเยี่ยมพันธมิตร” และที่สำคัญที่ทำให้คนตาสว่างทั่วไทยนั่นก็คือทรงมีรับสั่งอีกว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบแล้ว และเงินที่เป็นค่ารักษาในหลวงเป็นผู้พระราชทานให้”

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...