Saturday, January 2, 2016

วิเคราะห์ // จับตา “ทักษิณ” ถอย ส่งสัญญาณเอาด้วยรัฐบาลแห่งชาติ โดย นาย อาสาหาข่าว

วิเคราะห์ // จับตา "ทักษิณ" ถอย ส่งสัญญาณเอาด้วยรัฐบาลแห่งชาติ

พีเพิล ยูนิตี้ – น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่จู่ๆ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข หนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาจุดพลุเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใน รัฐบาลแห่งชาติ

โดยนายปรีชา กล่าวว่า สาเหตุที่บ้านเมืองวุ่นวาย เกิดจากนักการเมืองชิงดีชิงเด่นกัน สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง จนเกิดการปฏิวัติมาโดยตลอด ล่าสุดการปฏิวัติก็เกิดจากนักการเมืองสร้างความแตกแยกอย่างรุนแรง นักการเมืองโทษกันไปมา สร้างความบอบช้ำแก่บ้านเมือง ขณะนี้รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติกำลังแก้ไขปัญหา อยู่มาเกือบ 2 ปี ในประเทศยังมีปัญหามากมาย คสช.และรัฐบาลจะแก้ปัญหาเหล่านี้และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้อย่างไร เป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหา เพราะการเมืองทุกฝ่ายล้วนแก่งแย่งกันทั้งนั้น หากต้องการให้ประเทศเดินตามโรดแม็ป ขอเสนอให้ คสช.ตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้น โดย คสช.ตรวจสอบประวัติของนักการเมืองแต่ละคนที่ดีและเก่ง เป็นที่ยอมรับของประชาชนมาเป็นรัฐมนตรี เพื่อบริหารประเทศและแก้ปัญหาของบ้านเมือง โดยดึงทุกฝ่ายร่วม ครม.ดรีมทีมว

ทั้งนี้ ต้องการให้ทุกฝ่ายและทุกพรรคการเมือง มาร่วมกันแก้ไขปัญหาของประเทศและสร้างความปรองดอง หากไม่ทำแบบนี้รับรองประเทศไทยเดินหน้าต่อไปไม่ได้ แต่หากมีรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯเหมือนเดิม กำกับดูแลนโยบายอย่างเคร่งครัด และมีนักการเมืองที่ดีมาแสดงฝีมือแก้ปัญหาของประเทศร่วมกัน

"หากไม่มีรัฐบาลแห่งชาติประเทศจะเดินหน้าไปไม่ได้ และหากมีการเลือกตั้งก็กลับสู่วงจรเดิม คือ ถูกปฏิวัติอีก" นายปรีชากล่าว

น่าแปลกตรงที่นายปรีชาเป็นแกนนำพรรคเพื่อไทย และเคยเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาแล้ว แต่เหตุใดจึงเสนอแนวความคิดให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และหนำซ้ำยังเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกรอบ

น่าแปลกอย่างยิ่ง

เพราะสิ่งที่นายปรีชานำเสนอ ตรงกันข้ามกับท่าทีและเป้าหมายของ นายทักษิณ ชินวัตรและบรรดาแกนนำเครือข่ายทักษิณทั้งหลาย ที่ต่างรอเวลาให้ถึงการเลือกตั้ง โดยมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

น่าแปลกจนน่าสงสัยว่า หรือว่านายทักษิณได้ประเมินสถานการณ์ใหม่แล้ว จึงปรับเปลี่ยนเป้าหมายจากที่หวังจะชนะการเลือกตั้ง มาเป็นขอเป็นส่วนร่วมในรัฐบาลแห่งชาติ

มีความเป็นไปได้ที่นายทักษิณจะประเมินสถานการณ์ใหม่

แต่คงไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่ที่กลัวคือแม้ชนะการเลือกตั้งแล้ว ก็จะไม่ได้เป็นรัฐบาลต่างหาก

หรือไม่ก็ได้เป็นรัฐบาลแล้วถูกปฏิวัติอีก ดังที่นายปรีชาให้เหตุผล

ดังนั้น จึงขอกำขี้ดีกว่ากำตด เพราะกำตดมีแต่ความว่างเปล่า ไม่ได้อะไรเลย

กับอีกเหตุผลหนึ่งคือ นายทักษิณคงประเมินแล้วว่า หนทางเดียวที่จะ "บรรเทาโทษ"หรือช่วยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร น้องสาว ผ่านพ้นจากคดีรับจำนำข้าวมาได้แบบไม่เจ็บตัวมากนัก ในตอนนี้มีอยู่หนทางเดียวคือ ยอมถอยทางการเมืองแบบสุดซอย โดย"ขอบาย" ไม่แข่งขันเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ปล่อยให้ คสช.เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลต่อไป แต่ขอเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลภายใต้รัฐบาลแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อลดแรงเสียดทานจาก คสช.ที่มีต่อพรรคเพื่อไทยและคนในเครือข่ายทักษิณลงไป

เป็นการถอยเพื่อรักษาชีวิตของพรรคและน้องสาว

จึงใช้ให้นายปรีชาเป็นคนเปิดประเด็นจุดพลุยื่นข้อเสนอไปยัง คสช. เพราะนายปรีชามีภาพเป็นนักการเมืองอาชีพ ไม่มีภาพเป็นแกนนำสายสุดขั้วหรือสายฮาร์ดคอร์

ข้อเสนอของนายปรีชา จึงฟันธงได้ว่ามาจากนายทักษิณ

ไม่ใช่มาจากการที่นายปรีชาคิด "ทรยศ" ต่อพรรค เพราะเป็นไปไม่ได้ที่นายปรีชาจะกล้าทรยศทักษิณ

ฟันธงต่อไปว่า หลังจากนี้ นายทักษิณจะต้องเดินหน้าว่า "เอาจริง" ที่จะเข้าร่วมรัฐบาลแห่งชาติ ทั้งนี้เพื่อให้ คสช.เชื่อใจ ด้วยการปรับเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ โดยจะเลือกคนที่เป็น "กลางๆ" ซึ่ง คสช.ยอมรับได้มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เปิดทางไปสู่การร่วมรัฐบาลแห่งชาติหลังการเลือกตั้ง

ทั้งหมดข้างต้นเป็นการมองเพียง "ชั้นเดียว" จากการออกมาจุดพลุของนายปรีชา

ทว่า หากมองลึกลงไปหลายชั้นจะพบว่า นายทักษิณนั้นมองออกว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงจะไม่กลับมาเป็นนายกฯอีกหลังการเลือกตั้ง แต่จะมอบตำแหน่งนายกฯให้กับบุคคลอื่นที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไว้วางใจ ซึ่งจากการทำงานของรัฐบาลในขณะนี้ นายทักษิณมองออกว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมอบตำแหน่งนายกฯหลังการเลือกตั้งให้กับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  เพื่อสานต่องานปฏิรูปประเทศของ คสช.ต่อไป ทั้งนี้โดยดูได้จากความไว้วางใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีให้กับนายสมคิดอย่างสูงมากในขณะนี้ เพราะนายสมคิดเสนออะไร พล.อ.ประยุทธ์ เอาหมด

ดังนั้น หากนายสมคิดเป็นนายกฯ นายทักษิณก็พร้อมที่จะให้พรรคเพื่อไทยสนับสนุนนายสมคิด ซึ่งยังไงก็ดีกว่าการต้องไปอยู่ภายใต้รัฐบาลแห่งชาติที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกฯ หรือมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นนายกฯ เพราะนายสมคิดยังไงก็เป็นลูกน้องเก่า พูดคุยกันง่ายกว่า ซึ่งที่ผ่านมานายสมคิดก็ไม่เคยแสดงตัวเป็นปฏิปักษ์กับนายทักษิณ แม้จะออกจากพรรคของทักษิณไปแล้ว และนับตั้งแต่นายสมคิดเข้าร่วมงานกับ คสช.และรัฐบาล นายสมคิดก็แสดงให้นายทักษิณเห็นว่า เป็นประโยชน์มากกว่าเป็นพิษเป็นภัย

นอกจากนี้ นายสมคิดก็ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย และกับ "เพื่อนเก่า"อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย แต่ประการสำคัญที่สุดคือ นายสมคิดไม่มีทัศนะเชิงลบต่อนโยบายของนายทักษิณ เห็นได้ชัดว่านายสมคิดนำนโยบายต่างๆของพรรคไทยรักไทยมาใช้ในการทำงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงนำวิธีการหรือรูปแบบการทำงานของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยมาใช้ในรัฐบาลของ คสช.แทบทุกอย่าง ส่งผลทำให้นโยบายของทักษิณไม่ตายหายไป

หากพรรคเพื่อไทยจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลแห่งชาติที่มีนายสมคิดเป็นนายกฯ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร และกลับจะเป็นผลดีด้วยซ้ำ

     อาสาหาข่าว
       2/1/58

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...