Monday, April 25, 2016

บ้านเมือง: 10 ปีมีอะไรเปลี่ยน? ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 26 เมษายน 2559 00:00:26 น.

บ้านเมือง: 10 ปีมีอะไรเปลี่ยน?

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 26 เมษายน 2559 00:00:26 น.

โลกสังคมเราทุกวันนี้ต้องยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีต่างๆ 10 ปีที่ผ่านมา มีอะไรหลายอย่างเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการขับเคลื่อนทุกอย่างบนโลกใบนี้ ชนิดที่ทุกคนต่างยอมรับโดยสดุดี ไม่มีใครออกมาพูดว่า "มันไม่ดีอย่างโน้นนี่นั่น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือหลากหลายค่าย หลากหลายรุ่นเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จนทำให้สังคม ณ ปัจจุบันเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อก่อน เวลาโทรศัพท์มือถือตกพื้น คุณจะรีบตรวจดูพื้นบ้าน กระเบื้องแตกหรือเปล่า? เสียหายมากน้อยขนาดไหน แต่ปัจจุบัน เวลาโทรศัพท์ตกพื้น หน้าจอแตกพร้อมกับใจของคุณที่แตกสลายไปด้วย จริงหรือไม่?

เมื่อก่อน คุณดีใจมากมายที่ได้รับอีเมลจากเพื่อน แม้เพียงอาทิตย์ละฉบับก็ยิ้มได้อย่างกรุ้มกริ่ม หรืออาจจะยิ้มไปตลอดทั้งคืน แต่ปัจจุบัน คุณได้รับอีเมลวันละเป็นร้อยฉบับ แต่คุณไม่อยากแม้แต่จะเปิดดู แต่คุณกลับตื่นเต้นกับจดหมายที่บุรุษไปรษณีย์นำมาส่งแม้เพียงฉบับเดียว คุณเปิดอ่านแล้วก็เปิดอ่านอีก

เมื่อก่อน คอมพิวเตอร์เครื่องอ้วนมากแต่คุณรูปร่างผอมบางมาก แต่ปัจจุบันคอมพิวเตอร์รูปร่างผอมบางมาก แต่คุณกลับอ้วนมาก และก็อ้วนเอ๊าอ้วนเอาเสียด้วย

เมื่อก่อน คุณมักจะถูกทำโทษด้วยการถูกขังอยู่ในห้องไม่ให้ออกไปไหน (โห โลกมืด) เหงา อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว แต่ปัจจุบัน ห้องที่เคยทำโทษลูกในอดีต กลายเป็นสวรรค์ดีๆ นี่เอง (โห เครื่องอำนวยความสะดวกเพียบเลย) คุยได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน เผลอๆ ลืมทานข้าวด้วยซ้ำไป อิ่มทิพย์กับโลกออนไลน์

เมื่อก่อน งานวันเกิดคืองานที่เพื่อนฝูงญาติมิตรจะมาสังสรรค์ร่วมกัน คุณได้เป่าเทียน กินเค้ก ได้รับของขวัญ แต่ปัจจุบัน ถ่ายรูปตัวเองกับเค้กชิ้นงาม จากนั้นก็อัพเดทขึ้นเฟซ ไลน์ อินสตาแกรม รอเพื่อน พี่ น้อง ญาติมิตรเข้ามากดไลค์พร้อมกับคำอวยพร (ฉันเป่าเค้กและกินเค้กอยู่คนเดียวโดยไม่มีของขวัญจากใครๆ เหมือนอดีต)

เมื่อก่อน คุณไปออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง ให้กับชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงบนโลกปัจจุบัน แต่ปัจจุบัน คุณไปออกกำลังกายเพื่อเซลฟี่อวดใครๆ ในโลกโซเชียล จริงปะ

เมื่อก่อน การลงโทษที่หนักหน่วงและแสนสาหัสที่สุดของมวลมนุษยชาติ ก็คือ ตกกระทะทองแดง แต่ปัจจุบัน การลงโทษที่หนักหน่วงและแสนสาหัสที่สุดของมวลมนุษยชาติ ก็คือ เน็ตล่ม เล่นเฟซ เล่นไลน์ไม่ได้ ช่างสุดแค้นใจจริงๆ

เมื่อก่อน ส่งข้อความทำไม ทำไมไม่โทร.ไป แต่ปัจจุบัน โทร.ไปให้เปลืองทำไม ทำไมไม่ส่งไลน์

เมื่อก่อน เวลากินข้าวห้ามเล่นกัน ห้ามโน่นนี่นั่นต่างๆ นานา แต่ปัจจุบัน กินไปด้วยแชตไปด้วยทั้งพ่อแม่ลูก (เป็นกันไปหมดทั้งบ้าน) โดยเฉพาะจะไม่ลืมถ่ายภาพอาหารโชว์เพื่อนลงเฟซ ลงไลน์กันก่อน แล้วค่อยทานกัน

ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกและสบายขึ้น แต่มันก็ทำให้เราสูญเสียอะไรไปมากมาย

จึงอยากบอกทุกท่านว่า อย่าปล่อยให้เทคโนโลยีทำลายความสุขของครอบครัว จนสุดท้ายคุณต้องกลับมานั่งนึกย้อนกับวันเวลาที่ผ่านมามันเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

มะเป็งไล ลุงลี แก่แย้ว...อิอิอิ

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...