Friday, April 29, 2016

ประเด็นฮ็อต เจ้าคุณเบอร์ลิน... ได้อ่านหรือยังครับ

https://www.facebook.com/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99-1072393339490544/

นิติบุคคล ซ้อน นิติบุคคล : แฉเล่ห์ โยก "เงินอุดหนุนสังฆราช" เข้า มูลนิธิที่ตั้งรองรับ : จาก ใช้จ่าย ตามพระอัธยาศัย แปลงเป็น ใช้จ่าย ตามใจฉัน : เปิดเผยตัว"หลวงป้า" พระลูกชาย พฤติกรรมซ่อนเพศ.

-----------------------------------------------------

- รายงานตัวครับผม.

- ขอแจ้งว่า ผม เจ้าคุณเบอร์ลิน ณ วันนี้ ก็ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง สมองใส ใจสดชื่น และดีใจที่ได้สร้างบุญ ในงานป้องภัยพระศาสนาอย่างแข็งขัน เช่นเดิมครับ อีกทั้งร่างกาย และจิตใจ ของผม ก็ปกติทุกประการครับผม.
---------------------------------------

- มาวันนี้ ผมจะขออนุญาต ชวนทุกท่าน มาสนทนา 4 เรื่อง หลัก ๆ นะครับ นั้น คือ..

เรื่องที่ 1.

- เชิญไปเปิดตัว "หลวงป้า" แห่งวัดบวร ด้วยกัน.

เรื่องที่ 2.

- เปิดเผยเล่ห์กลโกง "การทำชั่ว แบบ ถูกกฎหมาย" เช็คเส้นทางเงินสังฆราช คือ การตั้ง มูลนิธิ ซึ่งเป็นนิติบุคคล ขึ้นมาซ้อนกับ วัดบวร เพื่อทำการโยกย้ายถ่ายเท เงินอุดหนุนสังฆราช อย่างแยบยล.

เรื่องที่ 3.

- เจ้าคุณเบอร์ลิน ยุยื่น สตง. ตรวจสอบ มูลนิธิที่โอนเงินสังฆราชเข้า เพื่อแปลงอำนาจคนสั่งจ่าย.

เรื่องที่ 4.

- ส่องเส้นทางเดิน เงินอุดหนุนสังฆราช.
-----------------------------------------------------------

- ทั้ง 4 เรื่องนี้ จะเป็นอย่างไร เชิญอ่านให้จบนะครับ.

-------------------------------------------------

ก่อนอื่นขอแจ้งก่อนว่า..

- จากโพสต์ครั้งล่าสุด ของ เจ้าคุณเบอร์ลิน ทำเอาร้อนแรงยังกับไฟลามทุ่งในวงการศาสนาไทยทีเดียว.

- เพราะโพสต์ล่าสุดที่ชื่อ God Mother นี้ มีคนเข้ามาอ่าน เฉพาะที่ปรากฎในเพจรายงานว่า มีกว่า 2 แสนคน และถูกแชร์ออกไปเกือบ 5 พันครั้ง และยังถูกนำไปเผยแพร่ในช่องทางต่าง ๆ อีกจำนวนมาก.

- นี่คือ เหตุการณ์ที่เรียกว่า "ปรากฎบนดิน".

- ส่วนที่ "ปรากฎใต้ดิน" นั้น บอกได้ว่า "แรง และแรงที่สุด แรงมากกว่าที่ผ่าน ๆ มากครับ"

- เอาเป็นว่า ผลจากโพสต์ล่าสุด ทำเอาผม และทีมงาน เพื่อความปลอดภัย จึงถูกเตือน ให้ต้องนิ่ง ๆ ณ ที่ตั้งไว้ก่อน ในช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา.

- ทำไงได้ครับ ยุคคนพาลเป็นใหญ่ งานนี้จะมาเอามันส์ไม่ได้ "ต้องเอาจริง" อย่างเดียว.

- จึงจะบรรลุงานใหญ่ได้ ขอแฟนคลับ โปรดเข้าใจ และใจเย็น ๆ นะครับ จะจับเสือ ขืนเดินทื่อ ๆ ไปจับ มันก็งาบเอาซีครับผม.

----------------------------------------------------------------

- ณ วันนี้ หลังประเมินสถานการณ์รอบด้านแล้ว จึงร่วมกันวางแผน เข้าโจมตีทะลวงทัพหลวง "กลางกล่องหัวใจ ของ "หลวงป้า" และถีบยอดหน้า เป็นบาทาลูบพักตร์ ของ แก๊งค์ชั่วนี้ไปเลย.

- หากยังไม่หยุดทำชั่วอีกแล้วละก็ "ผมเอาตายแน่ๆ งานนี้ จะลองดูก็เชิญเลย".

- ก็ยังยืนยันว่า ณ วันนี้ไม่มีถอย ยังไง ๆ ก็คำเดิมว่า.,

"งานนี้กูเอาจริง"
"มาไงก็ไปงั้น คดีมาก็คดีไป"
"หากให้กูหยุด มึงต้องหยุดทำชั่วก่อน".
---------------------------------------------------------

เริ่มเรื่อง

- อันที่จริง หลังจากโพสต์ครั้งที่แล้ว ผมตั้งใจว่า จะไม่พูดเรื่องเงิน 23 ล้าน ต่อไปอีกแล้ว จะขอหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน.

- ซึ่งทั้งหมดที่พูดมา เบื้องต้น ผมก็หวังเพื่อให้สติ คนที่จับหอกวางแผนอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้หยุดเรื่องชั่วๆ ได้แล้ว พอได้แล้ว ก็ยังหวังในใจว่า..

"ฝ่ายชั่วจะมีสำนึกทางดีอยู่บ้าง".

- แต่กลับตรงข้าม คือ แทนที่จะพากันสำนึกผิดต่อพฤติการณ์อันต่ำช้านี้กัน.

- การณ์กลับกลายเป็นว่า คนเหล่านี้ ยังไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ เลย.

- แถม ยังใช้ให้ พญามารราชสีห์ แห่ง วัดอ้อน้อย ไปเที่ยวเห่า เที่ยวหอน ไม่หยุดปาก สักทีอีกด้วย.

- ผมเห็น วัน ๆ เอาแต่ไปเที่ยวไล่กัดคนนั้นคนนี้ ไม่หยุดไม่หย่อน.

- ซ้ำร้าย มาในวันนี้ เห็นข่าวจากเมืองไทยว่า จะไล่กัดสื่อเสียแล้ว.

- ดูแล้ว สันดานหยาบแบบนี้ ก็คงจะมีแต่ พุทธอิสระ หรือ คนสันดานหมาบ้า แหละครับ ซึ่งมองยังไงก็มิใช่วิสัยพญาราชสีห์อะไรหรอก คนดีที่ไหนเขาจะมาทำได้ขนาดนี้ละครับ.
----------------------------------------------------------

เตือนพุทธอิสระ อย่าลำพองตน คิดอะไร เผื่อทางลงไว้บ้าง

- ขอจงจำคำพูดผมไว้ว่า ..

- ที่พระทั้งหลาย ท่านไม่พูด ไม่ตอบโต้นั้น ไม่ใช่ว่าเขากลัวคุณใดๆเลย.

- แต่เขารู้สึก "เวทนาหมาขี้เรื้อน" ตัวที่มันแค่ได้เห็นเงาหัวตัวเองไหวในน้ำ ก็มาสำคัญว่า ตนได้กลายร่างเป็นพญาราชสีห์ไปแล้วต่างหาก.

-ซ้ำ ที่วัน ๆ ก็ยังคงนอนคลุกขี้อยู่ อยู่ใต้ถุน ครั้นเหลือบขี้ตามองเห็นใบตองแห้งปลิวที่ไหน ก็เห่าที่นั่นไปเรื่อย.

- ด้วยยังสำคัญว่า "ตนทรงอำนาจ" แบบภาพลวงตาไปอีก.

- อย่าหลงตนๆ ท่องไว้.
----------------------------------------------------------------------

เผยคนอมเงิน 23 ล้านบาทต่อปี : ความชั่วห้องกระจกต่อเนื่อง

- ผมจะบอกให้ เพื่อเอาบุญสักหน่อยว่า.

- ขอจงจำใส่กระโหลกหนาๆ ของพุทธอิสระ และพรรคพวก ไว้ซะ ว่า..

- อันเงิน 23 ล้านนั่นนะ...

- อันที่จริง ท่านเจ้าคุณเทพฯ ท่านก็เป็นแต่เพียงผู้รับเท่านั้น มิใช่ผู้ใช้เลย ด้วยหน้าที่คือการสนองงานหน้าห้องสมเด็จพระสังฆราช.

- ตรงนี้ คนใกล้ชิดวัดบวร อยู่ในทีมอดีตกองเลขาพระสังฆราช ได้กระซิบบอกผมมาว่า ..

"คนอื่นทั้งนั้นเอาไปกินกัน แต่กรรมดันมาตกเป็นของเจ้าคุณเทพฯ เพราะเป็นผู้รับเงินคนแรก"
---------------------------------------------------------

- ส่วนคนอื่น จะเป็นใครนั้น ให้ไปถาม ดีเอสไอ กันเอาเอง ที่นั่นถ้าสถานการณ์ปกติ "เขามีคำตอบให้ครบถ้วน".

- แล้วอย่าให้ใครมาร้องท้าเชียวนะว่า ..

"ถ้าเจ้าคุณเบอร์ลิน แน่จริง ก็บอกชื่อมาตรงๆ เปิดเผยเอกสารมาเลย อย่าลับๆ ล่อๆ กูจะประสาทแดกตายห่าอยู่แล้ว (โว้ย)".

-------------------------------------------------------------------
เข้าเรื่อง

เรื่องที่ 1.

- เปิดตัว "หลวงป้า" แห่งวัดบวร เป็นทางการ.

- ข้อนี้ ผมขอเตือนนิ่ม ๆ ว่า ..

"อย่าเชียวนะครับ อย่ามาท้าทาย เรื่องนี้
กับคนอย่างผมนะครับ
เพราะคนอย่างเจ้าคุณเบอร์ลิน
หากโนเนม เป็นคนธรรมดา ไร้ฝีมือ แล้วละก็
ผมคงไม่อาจหาญ ลุกขึ้นมาต่อกรกับแก๊งค์ชั่ว
ได้มายาวนานขนาดนี้ได้หรอก
ยิ่งเลือดอาจารย์มันแรง ๆ อย่างนี้ละก็
อย่ามามองผมว่า ไร้น้ำยาเด็ดขาด.

- เดี๋ยวผมได้เกิด "องค์ลงขึ้นมา" เกิดเบรคแตกขึ้นมาจริงๆ มันจะพังทั้งก๊วนง่าย ๆ นะครับ ขอบอกก่อน.

- ไอ้ตัว"หลวงป้า" หัวหน้าใหญ่ตัวชูโรงนะแหละ จะผูกคอตายก่อนใครเพื่อน.

- จะ "ลองของ" กับผมเมื่อไร ก็ไปปรึกษากันดีๆ ก่อนนะครับ แล้งจึงค่อยมาท้าทายผม.

- จะได้ไม่ต้องมานั่งโทษกันภายหลัง อย่างรายการผิดคิว ที่ดันไปยื่น สตง. ให้มาสอบพวกงาบเงินสังฆราช ที่กลายเป็นพวกกันเองแบบคราวที่แล้ว.

- ถึงเวลานั้น จะหาว่าผมไม่เตือน ไม่ได้นะครับ.

- ให้รู้ไว้ทั่วกันด้วยว่า ..

"พระวัดบวรที่เขารู้ผิดชอบชั่วดี นั้นมีอยู่ และเขาเอือมระอาต่อพฤติกรรม ทั้งของ "หลวงป้า" และสตรีผู้ศักดิ์ใหญ่นี้กันทั้งนั้นในทุกวันนี้.

- เขาแอบซุบซิบกันข้างกำแพงวัด จนกระจายไปทั่วประเทศไทยไปนานแล้ว.

- เรื่องชั่วเหล่านี้ ดังไม่ดัง มันก็ข้ามกำแพงจากวัดบวร กทม. ข้ามทวึปมาไกลจนถึง นครเบอร์ลิน ก็แล้วกัน คิดเอาเอง.

- เผลอๆ เรื่องเน่าแบบนี้ อาจไปไกลจนถึงแอลเอ-ลาสเวกัส อเมริกาไปแล้ว ก็ได้.

- หากไปกดขี่ข่มเหงเขามาก ระวังมันจะระเบิดเร็วเกินคาดได้? นะครับ.
------------------------------------------------------------

- ขอเตือน "หลวงป้า"ว่า..

" ตอนนี้สังคมเพ่งเล็ง และเริ่มเห็นไส้ท่านแล้ว เห็นขึ้นทุกวันแล้วด้วยครับ".

- ดังนั้น หากจะทำอะไร ที่เคย ๆ ทำมานั้น ก็ให้ระมัดระวังกิริยาท่าทางเอาไว้บ้าง สงวนท่าทีในใจไว้บ้าง ทำอะไรกัน ก็ให้ทำในห้อง ในที่กันมิดชิดหน่อย.

- จากนี้ ก็ขอได้อย่าไปเที่ยวจับมือถือแขน เด็กหนุ่มๆ หน้าตาดี แล้วทำตาชะมดชะม้อย ในที่สาธารณะ ดังที่เคยประพฤติประจำนั้น ก็อย่าให้มันบ่อยประเจิดประเจ้อนัก.

- จากนี้ไปก็ อย่าออกอาการ ให้มันมากจนน่าเกลียดนัก.

- เพราะพระหนุ่มเณรน้อยเขาเห็นแล้ว เขาจะรับไม่ไหวแล้ว และเขาจะนินทาหนักขึ้นได้.

- มันจะเสียชื่อพระนิกายเคร่งที่เขาเคร่งจริง และจะเสื่อมเสียมาถึงวัดอันดับหนึ่งของคณะธรรมยุต.
-------------------------------------------------

- ที่ผมหมายถึงนี้ แน่นอน ครับว่า..

"หลวงป้า ย่อมไม่ใช่ หลวงลุง และไม่ใช่หลวงเจ้ เพราะแก่เลยชั้น"เจ้"ไปนานแล้ว".

- นี่เขาใช้เรียกกันครับ และดูเหมือนเจ้าตัว ทั้งในที่ลับที่แจ้ง ก็จะชอบคำเรียกนี้เป็นพิเศษเสียด้วย "ใช่...เปิดเผยว่างั้นเถอะ".

- ไม่เชื่อผม ก็ลองแกล้ง นำไปเรียกดูก็ได้ครับ.

- เด็กนักเรียนชายในวัดเขารู้กันทั้งนั้น.

- อันนี้พระวัดบวรท่านฝากเตือนมา.
----------------------------------------------------

เป็นพระภิกษุจริงหรือ "หลวงป้า" บวชมาได้ไง

- ว่าไปแล้ว ไอ้พฤติกรรม "ออกแนวนี้" นั้น หากยึดตามพระธรรมวินัย แล้ว.

- เมื่อพระอาจารย์สวดถามตอนบวชว่า "ปุริโสสิ๊" ผมก็นึกไม่ออกว่า "หลวงป้า" แกจะตอบว่าไง.

- แค่นี้ก็บวชเป็นพระไม่สำเร็จตั้งแต่วันบวชแล้วครับ.

- จะยังมาอ้างเป็นพระภิกษุสมบูรณ์ได้อย่างไร.

- แถมยังหลงตนว่า "นิกายข้าเคร่งกว่านิกายอื่น" ก็ยิ่งน่าอายไปใหญ่.

- ทั้งยังมาคิดการณ์ใหญ่จะปกครองสงฆ์อีก "เจียมตัวเสียบ้างนะครับ "หลวงป้า" ที่เคารพ".

- ผมลองหลับตานึกเล่น ๆ หากบุญพาวาสนาส่ง วันใดวันหนึ่ง ผีนรกถีบส่งเสริมให้ ...

"หลวงป้า แก ขึ้นเป็นพระสังฆราช แห่งสังฆมณฑลจริง ๆ แล้ว ละก็
ถึงวันนั้น ในวัดในวา คงได้นินแต่เสียง "ว้ายๆ" กลายเป็น"กุฏิแต๋วแตก" เป็นแน่เชียวยุคนี้.

- ส่วนกิจการพระศาสนา ในประเทศไทย "ยุคหลวงป้าครองสงฆ์" ก็คงจะสุดเกินคำบรรยายแล้ว ไม่อยากนึกต่อแล้วละครับ ฝนฟ้าคงอาเภทหนักยิ่งขึ้น.

- โปรดลืมตา และเปิดปัญญากันบ้างเถอะ ลูกศิษย์ทั้งหลายเอ้ย อย่าหน้ามืด ไปนับถือผิดรูปผิดองค์มากไปกว่านี้อีกเลย.

- ไม่ทราบจะพูดต่ออย่างไรแล้ว กับคนพาลพวกนี้.
--------------------------------------------------------------------

เนื้อไม่ได้กิน "จึงเหลือแต่กระดูก" : กรรมเจ้าคุณเทพ ฯ

- ว่าไปแล้ว ทั้งหลายทั้งปวง ผมก็อดที่น่าจะสงสารเจ้าคุณเทพฯไม่ได้ครับ.

- ที่วันนี้ นับแต่วันที่ พุทธอิสระ ออกอาการมึน ดันไปยื่นตรวจสอบเงินอุดหนุนสังฆราชนี้ กับ สตง.ในคราวนั้น.

- ซึ่งเมื่อเป็นข่าวคราวเกรียวกราว ทุกสายตา ถนนทุกสาย ทั้งสายพระสายโยม ต่างก็เพ่งไปที่แก อยู่จุดเดียวกัน เหมือนบาปจะตกแก่ท่าน อยู่คนเดียว.

- ทั้งที่ เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แถมยังเอากระดูกมาแขวนคอไว้อีกต่างหาก.

- ส่วนเนื้อดีๆ พวก "ขบวนการเหลือบ" เขาเอาไปกินกันหมด.

- เพราะตนเองมัวแต่ก้มหน้าก้มตา สนองงานในพระสังฆราชอย่างเดียว.
---------------------------------------------

เรื่องที่ 2.

- เรื่อง กลโกงห้องกระจก

- การตั้งมูลนิธิ "นิติบุคคล ซ้อน นิติบุคคลของวัด" เพื่อโยกย้ายถ่ายเท เงินสังฆราช : ทำชั่วแบบถูกกฎหมาย.

- คนใกล้ชิดวัดบวรให้ข้อมูล และบอกผมมา หลังจากผมเกาะติดเรื่องเงินอุดหนุนสังฆราชนี้ ว่า ..

(ใน. "....." ทั้งหมด ทุกคำพูด ในประโยค ล้วนเป็น"ข้อมูลดิบ" ที่ผมได้รับมา เมื่อสองวันก่อนทั้งหมดครับ และ ขอให้ทุกท่าน ได้โปรดอ่าน และพิจารณาหลาย ๆ รอบนะครับ แล้วก็โปรดเชื่อตนเอง อย่าเพิ่งเชื่อผม จนกว่าจะมั่นใจ จึงค่อยเชื่อก็ได้ครับ)...
-------------------------------------------------------

ข้อมูลดิบ ที่ได้รับล่าสุด เมื่อ 2- 3 วันที่ผ่านมา ทั้งหมดมี ดังนี้

"ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เงินพระสังฆราชปีละ 23 ล้าน เจ้าคุณเทพฯ เป็นแต่เพียงผู้รับไว้เท่านั้น

เพราะสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ ท่านนี้..

เธอได้ขอให้เอาไปเข้ามูลนิธิฯ ที่ (วางแผน) ตั้งขึ้นในวัด

จะได้ใช้เงินแยกเป็นส่วนหนึ่งออกไปจากวัด

ที่จริง ควรเรียกว่า "บังคับ" ให้เอาไปเข้าบัญชีมูลนิธิฯ ก็ได้

โดยมี "หลวงป้า" แห่งวัดบวร ในฐานะ "พระลูกชาย" เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด และใช้อำนาจทั้งหมดของอดีตพระสังฆราชเสียเอง

ซึ่งก็จะมีสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่คนเดียวกันนี้ ในฐานะโยมแม่

จะคอยสั่งการอยู่เบื้องหลังทุก ๆ อย่าง ว่า "จะทำอะไรบ้าง"

ส่วนกรรมการมูลนิธิคนอื่น ๆ ก็เป็นแต่เพียงตัวประกอบนิทานเรื่องนี้เท่านั้น

นับเป็นวิธีที่ชาญฉลาด อาศัยช่องกฎหมาย หาผลประโยชน์ เพื่อให้นิติบุคคล ซ้อน นิติบุคคล

นั้น คือ วัดมีเจ้าอาวาส เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอยู่แล้ว

"แต่ก็ตั้งมูลนิธิขึ้นมาในวัดอีกชั้น"

เพื่อให้ประธานมูลนิธิเป็นอีก "หนึ่งนิติบุคคล"

ที่สามารถใช้อำนาจประธานนำเงินก้อนนี้ไปใช้ได้ "ตามอัธยาศัยของตน"".

- จบข้อมูลดิบครับ.
--------------------------------------------------------

- เรื่องการตั้งมูลมิธิ เพื่อเป็นนิติบุคคล ซ้อนนิติบุคคล แล้วก็เอามาเล่นแร่แปรธาตุ กับเงินอุดหนุนสังฆราชนั้น.

- ใครไม่เชื่อ จะพิสูจน์ก็แสนจะง่าย ๆ ครับ.

- เพียงแค่นำชื่อมูลนิธิที่จดทะเบียนในรั้ววัดบวรมากาง แล้วไล่บัญชี เงิน เข้า - ออก จากไหนไปไหน ใครเกี่ยวข้องบ้าง เพียงเท่านี้ ก็จะชัดเองครับ.

- ก็ขอแทรกตรงนี้หน่อยว่า..

"ทำอะไรก็รีบทำๆ และเตรียมเอกสารไว้เนิ่น ๆ นะครับ เผื่อวันไหน DSI เขาสนใจตรวจเมื่อไร จะได้ง่ายครับ - ผมเตือนคุณแล้วนะครับ".

---------------------------------------------------------

- ถึงตรงนี้ เป็นไงกันบ้าง ชัดเจนไหม? ครับ.

- สุดแสบไหมครับ กับ พฤติกรรม พวกเหลือบศาสนาที่ดูผิวเผินน่าเลื่อมใส ของ ขบวนการชั่วพวกนี้.

- แทบไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับว่า

- ไอ้เรื่องเน่า ๆ แบบนี้จะมีอยู่จริง ๆ ในแดนสนธยาที่ดูน่าเลื่อมใสศรัทธาแบบ"พระนิกายเคร่งที่สุดในประเทศไทยเรา".

- เรื่องนี้มีหรือครับ ที่คนภายนอกวัด สังคมคนนอกใครเขาจะไปล่วงรู้ได้.

- ซึ่งว่าไปแล้ว ก็เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวิญญาณบูรพาจารย์ผู้มีศักดิ์ใหญ่ ที่ประจำอยู่ ในวัดบวร ที่พระองค์ท่าน ไม่ยอมเล่นด้วยกับพวกชั่วนี้.

- ดังนั้นข้อมูลเน่าเหล่านี้ จึงได้ไหลออกจากวัดบวรกระจายไปทั่วไทย ซ้ำไหลเหม็นฟุ้งไปไกลถึง กรุงเบอร์ลิน อย่างแทบไม่น่าเชื่อ.

- แบบนี้ไม่เรียกว่า"บุญพระศาสนา จะเรียกว่าอะไรครับ".
--------------------------------------------------------

- ย้อนแสบไส้ แนะ พุทธอิสระ ยื่น สตง. ไปเลย : หากแน่จริง.

จริงหรือไม่ : คำถามจากสังคม

- ที่วัดแห่งหนึ่งที่อ้อน้อย ก็ได้ลอกเลียนรูปแบบ แห่งความชั่วนี้ เอาไปให้ทำมาหากินเช่นกัน.

- นั้นคือ ผมจะบอกให้ก็ได้ มันก็เป็นวิธีเดียว หรือตำราเล่มเดียวกันกับที่ "คล้าย"สตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ท่านนี้ ได้นำไปสอนให้แก่ พุทธอิสระ ได้ทำด้วยที่อ้อน้อย นะแหละครับ.
-------------------------------------------------

ทำชั่วกันยังไงมาดูกัน

ขอถามว่าเรื่องนี้ว่า ...ใช่หรือไม่ นั่นก็คือ

- โดย ตัว พุทธอิสระ แกก็ได้ตั้ง มูลนิธิ ขึ้นมาเพื่อ "พักเงิน" ที่มาจากแหล่งต่าง ๆ.

- จากนั้นแล้ว ตนเอง ก็ทำทีเป็นตีเนียน ทำทีลาออก จาก เจ้าอาวาส (เพื่อเลี่ยงกฏหมายสงฆ์ และกฏมหาเถรสมาคม).

- แล้วยังวางตัวเป็นพระโพธิสัตว์ คล้ายเป็นผู้เสียสละ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน-กิน-ดื่ม-ทำ-พูด-คิด บนกระท่อมไม้ไผ่ ไม่ยึดติดลาภยศตำแหน่งแห่งที่อันใด (ซึ่งจริง ๆ แกก็ไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ ในทางคณะสงฆ์อยู่แล้ว).

- โดยทำทีไปตั้งพระลูกศิษย์ขึ้นบังหน้า ให้มาเป็นเจ้าอาวาสแทน ทั้งที่ตัวเองควบคุมทุกอย่างไว้เบ็ดเสร็จอยู่แล้ว.

- แบบว่า สร้างเจ้าอาวาสเป็นนอมินีขึ้นมาเพื่อตบตาผู้คน นั้นเอง.

- ส่วนตัวเองก็ยืนบงการอยู่เบื้องหลัง คอยเชิด.

- เพื่อให้ชาวบ้านชาวเมืองยกยอ และอ้างว่า

"กู คือ พระโพธิสัตว์ บริสุทธิ์ผุดผ่อง
ไม่จับต้องเงินทอง ของนิสสัคคีย์
เพราะไม่มีเงินสะสมในบัญชี
ส่วนพระที่เหลือนอกนั้น
ที่มีบัญชีธนาคาร
เป็นพระอลัชชีชั่วทั้งหมด ?".

- ไอ้ลูกศิษย์ที่มันไม่เคยเข้าวัดไหน ๆ ไม่รู้เรื่องพระเรื่องเจ้า พอได้เห็นภาพมายาเช่นนี้.

- ก็พากันเฮตาม กลายเป็นสงฆ์ผู้วิเศษเหนือสมเด็จพระราชาคณะไปโน้น.

- เรื่องชั่วๆ แบบนี้? คนพันธ์ุนี้ มันสุดยอดอยู่แล้วครับ อย่าไปสงสัยเลย.

- หรือไม่งั้น ไอ้เรื่องชั่วๆ แบบนี้ ก็มีแต่ "พญาราชสีห์แก่ ๆ ขี้เรื้อน" ที่ทำผิด ทำชั่วได้สารพัดตัวนี้ เท่านั้นแหละ ที่คิดได้? ทำได้ครับ? ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวครับ.
----------------------------------------------------------
สังคมจึง อยากถามพุทธอิสระ ว่า ...

"คุณไปเอาก้อนไขมัน ในกระโหลก ส่วนไหนคิด มันจึงทำให้ พญาจิ้งจอกแห่งอ้อน้อย แห่งนี้ ถึงได้ฉลาดทางตำ่ พวกเฉโก แกมโกง และทำชั่วด้าน ๆ ได้ถึงเพียงนี้.

หรือว่ามี สตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ ณ บางลำพู เขาสอนมาให้ โดยเฉพาะ

เพื่อใช้วิธีเจ้าเล่ห์เพทุบาย ในการโกง อย่างฉลาดแบบเดียวกันกับที่จิกหัวใช้"หลวงป้า" นี้ หือ? (ไม่อยากเติมคำว่า "ไอ้หอก").

------------------------------------------------
- ถ้าพุทธอิสระ อยากแก้ไข ล้างบาป ที่ทำมาต่อเนื่องนี้ละก็.

- ผมว่า อย่ามาเสียเวลา ไปปลงอาบัติเลย นะครับ.

- เพราะเรื่องชั่วๆ หนักอย่างนี้ ปลงอาบัติไปเท่าไรเป็นปีเป็นชาติ มันก็ไม่ตกหรอกครับ พระธรรมวินัย ก็คงเกินรับไปแล้ว.
------------------------------------------------------------

เรื่องที่ 3.

- เจ้าคุณเบอร์ลิน : ย้อนเกร็ด ยุยื่น สตง.

แนะนำให้พุทธอิสระ

ไปนั่งร่าง นั่งทำหนังสือ แล้วให้เดินไปยื่นถาม สตง.อีกสักรอบว่า....

" การโอนเงินหลวง ส่วนสังฆราชนี้ โยกย้ายไปเข้า "บัญชีมูลนิธิ".

มันเข้าข่ายผิดระเบียบ ในการใช้จ่าย งบประมาณแผ่นดินหรือไม่? "

หรือ

"โอนเงินหลวง ไปเข้า "บัญชีมูลนิธิ" เข้าข่าย ยักยอก ยักย้ายถ่ายเท เงินหลวงไปเป็นของตน หรือไม่?".

และ

"คนทำนั้น มันมีอำนาจหน้าที่แห่งหนอะไร จึงเอาเงินที่สั่งจ่ายในนามพระสังฆราช ไปเข้าบัญชีมูลนิธิ".

- สิ่งลึกล้ำเหล่านี้ ขอให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกคน รวมทั้ง"หลวงป้า" ด้วย ก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมตนคอยตอบ สตง. ให้ได้นะครับ ขอเตือนไว้ล่วงหน้า.
-------------------------------------------

- เพราะความผิดแบบพิศดารเช่นนี้ หากนำไปถามคนอื่น ๆ เขาคงไม่รู้เรื่อง ไม่ชัดเจน หรอกครับ.

- ดังนั้น ถ้าถาม สตง. จะได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด.

- แล้วคำตอบก็คิดดีๆ ก่อนนะครับ ขืนโชว์โง่ออกมาบอกว่า"โอนเข้ามูลนิธิ ไม่ผิด" ละก็.

- คำถามก็ตามยาวเลย เช่นว่า..

"เจ้าของเงินเขารับรู้รับเห็นหรือเปล่ามีหลักฐานอะไรยืนยัน"

"คนดำเนินการมีอำนาจ มีกฎหมายรองรับหรือเปล่า".

- สารพัดผิดเลยครับ คนเราก็เมื่อใจคดแล้ว ผลกรรมมันจะออกมาดีได้อย่างไร.
---------------------------------------------------

- แล้วก็ขอให้ พุทธอิสระ รีบไปถามก่อนใคร ๆ เสียนะครับ ขยันนักนี่เรื่องร้องเรียนนี่.

- เพราะอีกไม่นาน ขอให้จดจำคำพูดผมไว้ดี ๆ.

- เอาเป็นว่า สั้น ๆ ว่า...

"คงจะมีคนไปร้อง ซ้ำในเรื่องพุทธอิสระ ที่ได้เคยเซ่อไปยื่นร้องไว้ อย่างแน่นอนครับ".
--------------------------------------------------

- ทีนี้ คงถึงเวลา
"คดีความมาถึง แน่ๆ และประตูคุก ก็คงจะเปิดรอคนที่เกี่ยวข้องแล้วแหละ อย่าล้อเล่นนะครับ".

- ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ ใช่หรือไม่ มึนหรือไม่มึน พญาจิ้งจอกแห่งอ้อน้อย? คงทราบดี.
---------------------------------------------------

- คราวนี้ ผมว่า คงได้หายบ้ากันสักทีนะที่นี้ สำหรับความหยิ่งผะยองของ"ไอ้แก๊งค์ชั่วทำลายศาสนา" พวกนี้ ที่นับวันจะใหญ่คับประเทศไปแล้ว.

- หรือมันจะบ้ากว่าเก่าก็ได้นะครับงานนี้.

- แต่อย่าลืมนะครับ อันคนทำผิดนั้น ยิ่งดิ้น มันก็จะยิ่งเผยชั่ว และหมดแรงไปในที่สุด.
-------------------------------------------------------------

เรื่องที่ 4.

- ส่องเส้นทางเดิน เงินอุดหนุนสังฆราช ซับซ้อนแต่ทิ้งหลักฐาน

เงินหลวง เป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ : แถมเงินสงฆ์ยิ่งกรรมหนัก

ตามรายงานของทางราชการ
ที่ผมมีอยู่ในมือขณะนี้..

ดังนี้

"เงินหลวง ก้อนนี้ ได้ถูกตีเช็ค ออกจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใน พระนาม สมเด็จพระสังฆราช แล้วเดินทางไปที่ โรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ประทับระหว่างประชวร

โดยมีเจ้าคุณเทพฯ เป็นผู้รับ พร้อมเซ็นใบรับเงิน

จากนั้น เงินก้อนนี้ ก็จะเดินทางต่อไปยังวัดบวร

เพื่อ"แปลงสภาพเข้ามูลนิธิ"

เป็นมูลนิธิที่สตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ ได้จัดตั้งไว้รองรับโดยเฉพาะ

ที่ตนเองมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จ.".

----------------------------------------------------

- เรื่องนี้ ผมชี้ขนาดนี้ ระดับ DSI. หากสนใจคงไม่ยากที่จะสืบหานะครับ ก็เห็นขยันเรื่องพระนักนี่ครับ จะไม่สนใจบ้างหรือครับ เรื่องแบบนี้.
------------------------------------------------------------

เงิน 300 ล้านบาท : บ่วงอาญาสวรรค์ ที่ย้อนมารัดคอแก๊งค์ทำลายศาสนาเสียเอง.

- ดังนั้น ณ วันนี้ เงินหลวงกว่า 300 ล้าน จึงกลายเป็นบ่วงอาญาสวรรค์ ที่กลายเป็นกับดัก และได้รัดคอ พญาราชสีห์ ให้ติดไว้กับหลักประหาร เสียเอง แบบตายน้ำตื้น.

- นับวัน ที่มีชีวิตอยู่ต่อ ก็เพื่อรอวันพิพากษา และรับการลงทัณฑ์ จาก ทหารสวรรค์ ผู้ไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม ที่ชื่อ เจ้าคุณเบอร์ลิน ชนิดฟ้าส่งมาคู่กัน อย่างเกินคาด ไปเท่านั้น - คอยดูต่อไป(นี่ไม่ใช่การขู่).
---------------------------------------------

- ดังนั้น ด้วยเหตุนี้ จึงชัดเจนว่า ...

- ไฟอาฆาตแค้นได้ประทุขึ้นมา และได้แผดเผาจิตใจของพญาราชสีห์ให้เดือดดาล คลุ้มคลั่ง หมดสภาพพระโพธิสัตว์ผู้สำรวมไปจนหมดสิ้น ชนิดเกินควบคุมสติ อย่างรุนแรงเข้าแล้ว.

- ซึ่งทุกคนต่างก็ได้เห็น อากับกิริยา ของ พญาราชสีห์ จอมโว ที่ขณะนี้ ได้ออกเที่ยวไล่กัดคนไปทั่ว.

- ซึ่งผมเองดูๆ ไป ก็ไม่ต่างจาก "หมาบ้าเดือนห้า" ที่ถูกอากาศเมืองไทยอันระอุแผดเผา จนอาการบ้าขึ้นสมอง จึงไล่กัดคนไม่เลือกหน้า ดังที่เห็นกันทุกวันนี้.

- สิ่งที่ "พุทธอิสระ". ทำ มันไม่ใช่วิสัยพระสงฆ์ผู้ปฎิบัติดี ที่พึงกระทำแน่นอนครับ.

- เช่น เมื่อฆราวาสญาติโยม ที่ห่วงพระศาสนา เขายื่นขอดีเบตอย่างบัณฑิตวิสัยพึงกระทำ ในประเด็นที่...

"พุทธอิสระไปใส่ความสมเด็จช่วง ด้วยเรื่องเงิน 300 ล้าน ของ พระสังฆราช และ เรื่องพระลิขิต".

- ที่จะจริงหรือปลอมก็ยังไม่รู้นั่น.

- เพื่อให้ยึดหลักฐานที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเขาพิสูจน์ไว้แล้ว ตัดสินไว้แล้ว.

- ว่า มันสิ้นสุดอย่างไร.

- จริงหรือมีการปลอมแปลง.

- เรื่องราว ก็จะได้ข้อยุติ กันสักที สังคมสับสนวุ่นวายมาเกินทนแล้ว.

- นี่อะไร วัน ๆ เห็นเอาแต่ผายลม ปากพ่นกลิ่นเหม็น สำรอกสิ่งโสโครก จนส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว โดยไม่ใส่ใจความถูกต้องชอบธรรมใดๆ.

- ชั่งไม่สมคาราคุยเลยจริงๆ.

- ท่านทั้งหลายทราบไหมครับว่า..

-สิ่งที่ได้รับจากการยื่นไมตรีจิต ต่อ พุทธอิสระ ของบัณฑิตฆราวาส คือ อะไร

- คือการถูก พุทธอิสระ ได้เที่ยวไล่แจ้งความ เอาผิดฐานดูหมิ่นเหยียดหยาม ทำให้ พุทธอิสระ ได้รับความอับอายไปโน้น.

- ตรงนี้ ผมก็พาลจะสงสัยครับว่า คนอย่าง พุทธอิสระ นี่นะหรือที่ "รู้จักอับอาย".

- ผมจะบ้าตาย คนอย่าง พุทธอิสระ รู้จักอับอายเป็นกับเขาด้วย เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาของแกนั้นใคร ๆ เขาก็แจ้งทั่วประเทศ.

- ว่าไปแล้ว ดูๆ ไป ก็เหมือนโลกมันชักจะผิดเพี้ยนหมุนกลับหัวกลับหาง ผิดฝาผิดตัว ผิดเหลี่ยมผิดมุม ไปมากแล้วละครับในทุกวันนี้.

- เพราะยุคนี้ เกิดมีคนหัวโล้น รูปชั่วตัวดำ ดันลุกขึ้นมาบอกว่า..

"ตนเป็นพระ นุ่งผ้าเหลือง"
พูดเหมือนกลัวเขาไม่เชื่อว่าตนเองเป็นอะไรกันแน่ เพราะนับวัน ความประพฤติมันตรงข้ามสวรรค์ไปทุกที".

- คนหัวโล้นที่ว่านี้ กลับมีพฤติกรรมผิดจากผู้ทรงศีลทั่วไป เพราะวัน ๆ มัวแต่มานั่งกางกฎหมายโลก ว่าจะเอาผิดใครได้บ้าง ไม่สนกฎหมายธรรมใดๆ ดังอ้างเลย.

- ดูเหมือนทุกลมหายใจ ได้แต่นั่งภาวนาพูดแต่ภาษากฎหมาย ของชาวบ้านทั้งวันทั้งคืน.

- ทั้งยัง ออกมาเล่นละครสวมบทบาท อันธพาลครองเมือง เที่ยว ไล่ฟ้องร้องเอาผิด กับ คนนุ่งผ้าลายไปทั่วเสียอีก.

- ส่วนคนหัวดำ ที่นุ่งผ้าลาย มาวันนี้ กลับกลายเป็นผู้ทรงธรรมมากกว่า.

- เพราะกลับมาทำการอ้อนวอน ขอให้คนหัวโล้น หน้าผีที่ว่าข้างต้นนั้น ให้หันมาพูดคุยกันโดยธรรม โดยวินัย บ้าง มันเป็นชะยังงั้น.

- ดูมันชักจะเพี้ยนใหญ่แล้วครับ โลกทุกวันนี้.
----------------------------------------------------

สรุปว่า

- ณ วันนี้ จะเห็นได้ชัดว่า ภายใต้ผ้าสบง อันสกปรกโสมม ของ พุทธอิสระ ที่สตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ ได้แอบแฝงกายหลบซ่อนอยู่ เพื่อก่อกรรมทำเข็น ต่อคณะสงฆ์ และสร้างแต่สิ่งชั่วร้ายอยู่ทุกขณะนั้น.

- ก็ขออย่าได้หลงผิดคิดว่า ใครเขาไม่รู้ และไม่กล้าตอแยอีกเลย.

- เพราะว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วครับ ตื่นจากฝันยุคพวกคุณเรืองอำนาจเสียเถอะครับ อย่าเพ้อมากไปกว่านี้เลย.

- เพราะความชั่วครั้งนี้นั้น "มันใหญ่มันแรงนัก" .

- มันก็หาปิดมิดไม่ ถึงคนไม่รู้เทวดาท่านก็เห็น วิญญาณท่านบูรพาจารย์วัดบวรท่านยังไม่ยอมแน่.

- ทุกอย่าง ทุกพฤติกรรม ของท่าน กำลังถูกสังคม ช่วยกันลอกคาบ จับเปลื้องผ้า นำความชั่วออกมาประจานกันหนักขึ้นทุกวันแล้ว.

- และต่อนี้ไป มันก็ไม่ได้รอดพ้น จาก สายชาวบ้านไปเลยเสียแล้ว.

- ถามอีกรอบว่า " เรื่องราวเน่า ๆ ได้ถูกนำมาประจาน มากถึงขนาดนี้แล้ว "ท่าน" ยังมีหน้าอยู่ในสังคมอีกหรือ ท่านไม่อายเขาเลยหรือ
ทั้งท่านหลวงป้า และท่านสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ นะแหละ".

(ส่วนพุทธอิสระผมไม่ถามคำนี้ เพราะคงเลยขั้นนี้ไปไกลแล้ว).

- และการที่จะคิดมาเสี่ยง จะมาแลกหมัด กับ เจ้าคุณเบอร์ลิน อีกนะครับ ถ้า " คิดผิดคิดใหม่ได้ " นะครับ.

- เอาละ ครับ ในวันนี้ ผมขอพูดฝากแก๊งค์ "หลวงป้า" เพียงแค่นี้ ก่อนนะครับ.

- หากขืนพูดมาก อากาศมันร้อน เกิดผมมีน้ำโหขึ้นมา (โมโหแต่กับคนชั่ว) เดี๋ยวจะเบรคเอาไว้ไม่อยู่ แล้ว..

"มันจะพังกันไปหมด".

- อีกอย่าง เดี๋ยว "หลวงป้า" และโยมหญิงแม่ god mother นอกอุทร ก็อาจจะได้ร่วมกันฉลองคดีกันในคุกก่อนกำหนด.

- ในข้อหา เล่นแร่แปรธาตุ โยกเงินหลวง งาบเงินอาจารย์ของตัวเอง ไปเข้า มูลนิธิ ในข้างต้นนั้น ด้วยก็ได้.
--------------------------------------------------------

- ถึงตรงนี้ ผมก็ไม่อยากจะชี้ช่องให้มวลคณะศิษย์ ฝ่ายกฎหมาย ของ วัดพระธรรมกาย ทั้งหลายว่า..

" พวกท่านไม่สนใจ ที่จะเอาเรื่อง โยกเงินพิศดารนี้ไปสอบถาม DSI กันบ้างหรือว่า ..

ไอ้พฤติกรรมสุดชั่ว ของคณะ"หลวงป้า" นี้ ว่า..

"มันเข้าข่าย ฟอกเงินด้วยหรือเปล่า ?
เพราะนี่มัน "จะจะ" ยิ่งกว่า กรณี ของ
หลวงพ่อธัมมชโย
ที่โดน DSI ยัดเยียดคดีแบบหามรุ่งหามค่ำ
เยอะเลย".
--------------------------------------------

ปิดท้าย

- ยังไง ๆ อันเรื่องราวสุดเน่าเหม็น ที่ไม่น่าเชื่อว่า "พระ และคน ที่ดูดีแสนดี ในภายนอก" นั้น แต่ทำไมจึงมีจิตใจสุดชั่วเกินมนุษย์มนาไปได้.

- ถึงตรงนี้ก่อนจบ เมื่อกลุ่ม "หลวงป้า" และสตรีผู้มีศักดิ์ใหญ่ที่ผมได้สาธยายมาทั้งหมดในข้างต้นนั้น ถ้าได้มาอ่านเจอโพสต์ตรงนี้ของผมแล้ว.

- ผมก็หวังว่า "จะมีสติ" ขึ้นมาบ้าง.

- ส่วนเมื่อเรียกสติกลับมาแล้ว "จะดันต่อไปให้มันพังราบไปทั้งหมด หรือจะหยุดทำชั่ว เพื่อถอยห่างนรก" ก็ให้เอาไปคิดเอง แก่จะเข้าโลงกันอยู่แล้ว คงคิดดีออกมาบ้างแหละ.

- ขอเตือนไว้ก่อนนะครับ ว่า "อย่าประมาท เจ้าคุณเบอร์ลิน" พิจารณาดูก็จะเห็นเองว่า ..

- สถานการณ์ตอนนี้มันก็เหมือน "หอกที่ตัวเองเคยใช้เป็นอาวุธทิ่มคณะสงฆ์นั้น บัดนี้ มันหันกลับมาจ่อที่คอหอยตนเองเข้าให้แล้ว".

- ยังไง ๆ ผมก็ขอส่งใจช่วย ขอให้ผ่านเทศกาลวิสาขบูชาปีนี้ ไปก่อนก็ยังดี นะ"หลวงป้า" นะ .

- อย่าให้เรื่องมันบานออกไปมากกว่านี้ ก่อนเวลาเลย.

- เพราะช่วงวิสาขะนั้น จะมีชาวพุทธนานาชาติ เดินทางมาร่วมประชุมกันทั่วโลก.

- ถ้าขืนมีเรื่องถึงโรงถึงศาล กับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ สำหรับพระมหาเถระนิกายเคร่ง ๆ อย่าง"หลวงป้า". แบบนี้ละก็..

"มันยิ่งกว่า ตายทั้งเป็น เสียอีกนะ ผมว่า เพราะลำพังแค่ใบหน้า ก็คงไม่รู้จะไปซุกที่ไหนดีแล้ว".

- อีกอย่างปี 2559 นี้ ผู้เข้าร่วมประชุมคงได้ข้อมูลเน่า ๆ ของ "หลวงป้า" เป็นของแถมกลับประเทศตัวเองเป็นแน่แท้.

- ซ้ำไอ้ที่หวัง "ส้มหล่น" นั้น ก็อาจเลื่อนเป็นชาติหน้าแทนชาตินี้ก็ได้นะครับผม.

- ชาตินี้เอาคดีอมเงินสังฆราชนี้ ไปก่อนก็แล้วกัน นะครับ "หลวงมนุษย์ป้า".

โชคดีมีชัยทุกท่านครับ

เจ้าคุณเบอร์ลิน

28.04.2016

แนบภาพประกอบ จำนวน ๒ ภาพ.

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...