Monday, August 22, 2016

เราควรกังวลเรื่องความแตกต่างและเป็นเอกเทศทางความคิดของขบวนประชาธิปไตยหรือไม่? เพียงใด?

เราควรกังวลเรื่องความแตกต่างและเป็นเอกเทศทางความคิดของขบวนประชาธิปไตยหรือไม่? เพียงใด?
____________________________________________

ผมได้รับทราบถึงความกังวลของพี่น้องเราต่อความแตกต่าง หรือเหมือนขัดแย้ง ของนักเคลื่อนไหวทางความคิดของฝั่งประชาธิปไตย และได้ฟังความรอบด้านจากฝ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องการเลือกตั้งใต้ระบอบเผด็จการ แล้วนั้น 
ขออธิบายความ ตามที่ผมเข้าใจดังนี้ครับ 

หนึ่ง ท่าทีดร.ทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่ชัด ส่วน คสช.เอง ก็ยังมีลูกเล่นในการเตะถ่วงการเลือกตั้งออกไป หากไม่แน่ใจในชัยชนะ และอาจจะเร่งให้เลือกตั้งเร็วเกินคาดเหมือน ตอนลงประชามติ หากพวกเขามั่นใจว่ากำชัยได้แน่นอนแล้ว (บนความได้เปรียบเชิงอำนาจ ด้วยรัฐธรรมนูญที่พวกเขายัดเยียดให้คนไทยสำเร็จ)

สอง ท่าทีของ นปช.ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการขององค์กร แต่ในเชิงเนื้อหา เห็นชัดว่า นปช.อ่านเกมเผด็จการไทยขาด และไม่เห็นด้วย แต่ก็ยังสงวนทีท่าขององค์กรไว้

สาม วิทยากรฝ่ายประชาธิปไตยในระดับนำ ล้วนแต่ยืนยันว่า เลือกตั้งครั้งหน้านี้ เป็นการเลือกตั้งใต้ระบอบเผด็จการ ไม่ใช่การก้าวเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตย และมีแต่จะนำไปสู่การขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ และสิ่งสำคัญคือ เราต้องสามัคคีกัน อย่าแตกแยกเพราะความเห็นต่าง 

สี่ ความเห็นส่วนตัวของผมคือ ขณะที่จุดยืนฝ่ายการเมืองฝั่งประชาธิปไตยยังไม่ชัด และการเลือกตั้งก็ยังไม่แน่นอนว่าจะมีเมื่อไหร่ ทุกฝ่ายของฝั่งประชาธิปไตยต่างเห็นตรงกันว่า เราควรรวมตัวกันให้สามัคคี และอย่ามองเรื่องความเห็นต่างว่าเป็นจุดแตกแยก อย่าระแวงสงสัย หรืออย่าออกหน้าแทนใครจนเกินงาม ทุกคนมีมุมมองและความจริงเฉพาะตนที่ต่างกัน และคงต้องแสดงออกตามข้อจำกัดและสภาพอำนวย เราจงเคารพความต่างและสิทธิในการแสดงความเห็นและจุดยืนที่แตกต่างกัน แต่เมื่อถึงเวลาสำคัญมา หากทุกฝ่ายมีอุดมการณ์จริงและต้องการชัยชนะร่วมกันจริง ๆ พวกเราต้องร่วมกันสู้แน่นอน

ห้า วันนี้ การเติบโตของแต่ละกลุ่ม การแสดงความเห็นอันหลากหลาย คือนิมิตรหมายที่ดี ว่าคนจำนวนมาก หลากแนวทาง และเชื่อมั่นในความคิดของตน กำลังยกระดับ มีความรู้สึกอยากมีส่วนร่วม และเป็นเจ้าของการทอดผ้าป่าสามัคคีล้มระบอบเผด็จการเพื่อสร้างประชาธิปไตยครั้งนี้ การกระทบกระทั่งของเสียงที่เริ่มดังนี้ เป็นภาวะปกติ จงมองอย่างเข้าใจ และทำใจให้กว้าง แต่ของจริง ก็คือของจริง จะไม่แปร่งถึงขนาดเชียร์ศัตรูแล้วอัดกันเองจริงๆ เหมือนพวกที่ไม่ใช่ของจริงที่ถูกทหารดูดไปรับใช้ จะโดยการจัดตั้ง จัดจ้าง หรือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม

ด้วยความศรัทธาและปรารถนาดีเสมอ
piagdin
August 23, 2016 



No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...