Sunday, October 23, 2016

ไทยส่งตัวแทนเจรจากูเกิล “สั่งปิดเว็บหมิ่น-โพสต์จาบจ้วงในหลวงด่วน” กูเกิลเปิดปากรับ “ที่ผ่านมาปิดแค่ไม่ให้คนไทยเห็น!”

ไทยส่งตัวแทนเจรจากูเกิล "สั่งปิดเว็บหมิ่น-โพสต์จาบจ้วงในหลวงด่วน" กูเกิลเปิดปากรับ "ที่ผ่านมาปิดแค่ไม่ให้คนไทยเห็น!" 

ไทยส่งตัวแทนเจรจากูเกิล "สั่งปิดเว็บหมิ่น-โพสต์จาบจ้วงในหลวงด่วน" กูเกิลเปิดปากรับ "ที่ผ่านมาปิดแค่ไม่ให้คนไทยเห็น!"
Facebook 32.549kTwitterLINE
แชร์ 32.549k
เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – เมื่อวานนี้(22 ต.ค)ตัวแทนของรัฐบาลไทยเข้าพบกับบริษัทเสิร์ชเอ็นจินชื่อดัง กูเกิล ดำเนินการร้องให้ลบเว็บหมิ่นและการโพสต์จาบจ้วง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร.๙ หลังที่ผ่านมารัฐบาลไทยพบว่ามีไม่ต่ำร้อยยังเข้าได้ทั่วโลกกระทบความมั่นคงชาติ ด้านกูเกิลยอมรับ นำเว็บโพสต์หมิ่นจาบจ้วงออกจากการค้นหาเฉพาะเซิร์ฟเวอร์กูเกิลไทยเท่านั้น
      
      ยูพีไอรายงานเมื่อวานนี้(22 ต.ค)ว่า ตัวแทนจากรัฐบาลไทยเข้าพบกับบริษัทเสิร์ชเอ็นจินชื่อดัง กูเกิล ในวันเสาร์(22 ต.ค)เพื่อร้องให้ทางกูเกิล ***ลบเว็บไซต์ที่หมิ่นและข้อความโพสต์จาบจ้วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร.๙ ออกจากรายชื่อระบบการค้นหาของทางบริษัท***
      
      ไทยซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมีกฎหมายอาญามาตรา 112 ปกป้องพระประมุขของประเทศ รวมไปถึงพระราชินี องค์รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ไม่ให้ดูหมิ่น จาบจ้วง หรือทำร้าย โดยกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้นเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของราชอาณาจักร อ้างอิงจากฎหมายอาญามาตรา 7 และทำให้การกระทำใดๆที่ดูหมิ่น จาบจ้วง หรือทำร้ายต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว ที่ถึงแม้จะกระทำนอกราชอาณาจักรไทยยังสามารถนำตัวมาลงโทษในไทยได้ ซึ่งโทษการละเมิดกฎหมายหมิ่นฯอยู่ที่ถูกจำคุก 3-15 ปี
      
      ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมา ทางกูเกิลได้อ้างต่อรัฐบาลไทยว่า ทางบริษัทจะพิจารณาคำขอของรัฐบาลไทย เพื่อจะดูว่าเนื้อหาที่เกิดขึ้นนั้นตรงกับขอบเขตของกฎหมายอาญามาตรา 112หรือไม่ ยูพีไอระบุว่า ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทเสิร์ชเอ็นจินสหรัฐฯได้ทำการลบรายชื่อเว็บไซต์และข้อความหมิ่นจำนวน 1,300 ออกจากระบบการค้นหาตามการร้องเรียนของรัฐบาลไทย ถึงแม้ว่าทางกูเกิลจะยืนยันเนื้อหาเหล่านี้จะไม่ตรงกับมาตรฐานการตัดสินของทางกูเกิลที่ใช้ในการพิจารณาการนำเว็บไซต์และข้อความเหล่านี้ออกจากระบบการค้นหารายชื่อของทางบริษัท ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าธุรกิจเสิร์จเอ็นจินนั้นคล้ายกับสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง หากมีรายชื่ออยู่ในระบบการค้นหาน้อย ทางบริษัทย่อมไม่สามารถทำเงินได้ และการมีจำนวนเว็บไซต์บนระบบค้นหาของทางบริษัทเป็นเสมือนหลักประกันรายได้ของกูเกิลอย่างหนี่ง
      
      "เรามีนโยบายที่ชัดเจนและแเน่นอนสำหรับคำขอของรัฐบาลทั่วโลกในการนำเว็บไซต์และข้อมูลออกจากระบบการค้นหา และทางบริษัทจะยังคงปฎิบัติให้เป็นไปตามนโยบายนี้" โฆษกของกูเกิลแถลต่อ ABC สื่ออสเตรเลีย
      
      อย่างไรก็ตาม ทางกูเกิลยอมรับว่า ***ที่ผ่านมาทางบริษัทกูเกิลได้ทำเพียงแต่การนำเว็บไซต์หมิ่นและข้อความโพสต์จาบจ้วงออกจากระบบการค้นหาข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ในไทยเท่านั้น แต่ทว่าทั้งเว็บไซต์หมิ่นและข้อความโพสต์จาบจ้วงยังคงปรากฏอยู่บนเว็บไซต์กูเกิลทั่วโลก*** รายงานจากแถลงการณ์ของบริษัทกูเกิล


ที่มา manager

No comments:

Post a Comment

นักเศรษฐศาสตร์ประเมิน หากมลพิษ กทม. ยืดเยื้อเกิน 2 เดือน จะเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาท

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต หากสถานการณ์มลพิษทางอากาศยืดเยื้อเ...